Showing posts with label People. Show all posts
Showing posts with label People. Show all posts

Monday, December 2, 2013

10 Habits of The Richest People in the World

  1. They are goal setters.
  2. They focus on one thing at a time.
  3. They have great respect for time.
  4. They spend less than they earn.
  5. They work very hard.
  6. They continually learn and grow.
  7. They keep rich company.
  8. They are persistent.
  9. They take calculated risks.
  10. They are generous.
… via LifeHack.org

Sunday, August 4, 2013

Interview with Nong A Day - The Idol


ถามดี - ตอบโดน กับ พี่โหน่ง a Day 

การที่ใครสักคนจะเติบโตขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบทางความคิด หรือทางการกระทำของใครอีกหลาย ๆ คนได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติสำคัญประการใดบ้าง?

คำถามข้อนี้คือคำถามที่ท้าทายต่อทั้งผู้ถามและผู้ตอบ

เพราะความสำเร็จของแต่ละคนนั้นมีขนาดและระดับต่างกัน แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ วงศ์ทนงค์ ชัยณรงค์สิงห์ เขาเป็นคนที่ไม่ต้องลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับใครๆ ว่า ผมคือต้นแบบ

ทว่าสิ่งที่เขาได้คิด ได้ริเริ่ม ได้สร้างสรรค์ และต่อยอดนั้น คือสิ่งที่เป็นต้นแบบโดยสมบูรณ์ของตัวเอง

::::::::::::::::::

Q1 : ถ้ามีน้องคนหนึ่งลุกขึ้นมา และบอกว่า “ผมพร้อมที่จะเป็นไอดอล (คนต้นแบบ)” พี่โหน่งคิดว่า คุณสมบัติของคน ๆ นี้ จะต้องมีอะไรบ้าง?

A1 : ก่อนอื่น ผมว่า เป็นเรื่องดี ที่คนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะคนยุคใหม่ จะมีคนที่ยึดถือว่าเป็นไอดอล ผมว่า ไอดอล คือ คนที่เค้าชื่นชม ในผลงาน ในวิถีชีวิต ในสิ่งที่เค้าทำ

ถ้าเรามีคนที่ยึดถือเป็นแนวทางสักคน มันจะทำให้ทางเดินของเราไม่สะเปะสะปะ มีแรงบันดาลใจ และมีแรงผลักดันที่ทำให้อยากเป็นให้ได้อย่างเขา

สำหรับคนที่อยากจะเป็นไอดอล ผมคงตอบแทนทุกคนไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า

  • คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง เค้าต้องเป็นคนที่ทุ่มเท มุ่งมั่น ในสิ่งเขาทำและสิ่งที่เขาเชื่อ 
  • คนที่เป็นไอดอลต้องประกอบด้วยคนที่มี Passion รุนแรง มีความมุ่งมั่นปรารถนาที่มหาศาล 
  • พยายามฝึกฝนตัวเอง พัฒนาตัวเอง หาความรู้ให้ตัวเอง และมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ฝันทำให้เป็นจริงให้ได้ 

ฉะนั้น ก่อนที่จะประกาศตัวว่าเป็นไอดอล ผมว่าคุณควรจะผ่านขั้นตอนนี้ให้ได้ก่อน

::::::::::::::::::

Q2 : วิธีตั้งคำถามและตอบตัวเองอย่างที่พี่โหน่งใช้เพื่อค้นหาว่า "เราต้องการอะไร - เราอยากเป็นใคร - เรามุ่งหวังอะไร"

A2 : ผมว่า ก่อนที่เราจะตั้งคำถามกับตัวเอง และให้คำตอบกับตัวเองได้นั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่คนไทยขาด คือ ความชัดเจนในตัวเอง การเข้าอกเข้าใจในตัวเอง

ซึ่งเป็นภาวะของคนหนุ่มสาวทุกยุคทุกสมัย ที่สับสนในชีวิตตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน

เพราะฉะนั้น ผมแนะนำว่า ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ชัดเจน คุณต้องคุยกับตัวเองให้เคลียร์ก่อนนะครับว่า ความฝันความหวังในชีวิตคุณคืออะไร

รวมถึงกลับไปตรวจสอบตัวเองว่า ชีวิตคุณมีอะไรที่ถือว่าเป็นจุดแข็ง-จุดอ่อน หรือด้อยทักษะความสามารถในเรื่องอะไร

และใช้เวลาที่เหลือในการพัฒนาและปรับปรุงตัวเองให้เก่งขึ้นมาให้ได้

ผมคิดว่า การค้นหาตัวเองให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องยาก ผมว่าการค้นหาคนอื่นยากกว่าตั้งเยอะ (หัวเราะ)

ผมถึงแปลกใจเวลาเด็กรุ่นใหม่พูดว่า ค้นหาตัวเองไม่เจอ หรือไม่รู้ว่าชอบอะไร

ผมว่าสาเหตุสำคัญเพราะว่า ยุคสมัยนี้ คนส่วนใหญ่มัวแต่ใช้เวลาไปคอนเน็คกับคนอื่น ซึ่งโลกยุคนี้เป็นโลกของ Social network และ social media มีแต่การคอนเน็คกับคนอื่นเยอะแยะ

แต่คน ๆ หนึ่งที่เราลืม คือ คอนเน็คกับตัวเอง!

คำแนะนำแรกที่ผมมักจะบอกเด็ก ๆ เวลามาถามถึงวิธีค้นหาตัวเอง คือ

ลองหยุดคอนเน็คกับคนอื่น หรือเพลา ๆ ลงบ้าง แล้วหันมาคอนเน็คกับตัวเอง

พูดคุยกับตัวเอง ตรวจสอบความคิดความรู้สึก เป้าหมายในชีวิตลึก ๆ ของเรา ว่าเราอยากเป็น เราอยากทำอะไร เราอยากเห็นตัวเองอยู่ตรงไหนใน 10 ปี 20 ปี หรือว่าบั้นปลายชีวิต

ผมว่าเมื่อคุณได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว เมื่อนั้น ง่ายเลย ทุกอย่าง

::::::::::::::::::

Q3 : การเคลื่อนไหวของพี่โหน่งนับจากปีนี้ ต่อไปอีก 5 ปี เป็นอย่างไร?

A3 : เป็นคำถามที่ดีครับ จริง ๆ แล้ว เริ่มต้นเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานหนังสือ งานโทรทัศน์ งานสื่อสารมวลชน หรือว่า งานส่วนตัว ผมไม่เคยมีความคิดว่า จะเป็นแบบอย่างให้ใครได้ ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมรักมาก ๆ มีความเชื่อและศรัทธากับมัน

แต่วันหนึ่ง มีคนรู้สึกชื่นชอบในสิ่งที่ผมทำ รู้สึกว่าเป็นแบบอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้เค้าได้ ผมก็รู้สึกแฮปปี้มากเลยครับ และยอมรับว่า รู้สึกภูมิใจครับ

  • สิ่งที่ผมเชื่อมากในชีวิตของผม คือ คุณค่าของคนที่เกิดมา - สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขาก็คือ การที่เขาสามารถสร้างสรรค์ให้กับคนอื่น ให้กับสังคมได้ ...ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำให้ตัวเขาเองประสบความสำเร็จ
  • ผมไม่เชื่อเรื่องการประสบความสำเร็จโดยลำพัง ผมว่าการประสบผลสำเร็จ ที่น่าภาคภูมิใจ คือ การลงมือทำอะไรสักอย่าง และมันมีประโยชน์กับผู้คน กับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมเชื่อมาก ๆ คือการ educate คน 
  • ผมว่าประเทศเรายังขาดการให้การศึกษาที่มากพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้น พอมีโอกาสเมื่อไร ผมจะให้การ educate (ให้ความรู้) กับพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง "คุณค่าที่แท้จริงของชีวิต" ซึ่งมันไม่ใช่การประสบผลสำเร็จในด้านเงินทอง หรือชื่อเสียง แต่มันคือ การที่คุณได้พิสูจน์ว่า ชีวิตคุณมันมีคุณค่าสำหรับผู้คน สำหรับสังคมหรือเปล่า

::::::::::::::::::

Q4 : อีก 5 ปีต่อจากนี้ มีโครงการที่เป็นชิ้นเป็นอัน หรือเริ่มไว้แล้วและจะสานต่ออะไรบ้าง?

A4 : สิ่งสำคัญมาก ๆ อย่างหนึ่งสำหรับผม ซึ่งฝันไว้นาน และก็ได้ทำซะที คือ มูลนิธิ a day หรือ a day Foundation

ผมอยากทำงานเพื่อสังคมมานานแล้วครับ พอถึงวันหนึ่งที่ธุรกิจผมอยู่ได้สบาย ๆ พูดง่าย ๆ คือ หายห่วงแล้ว ผมก็พอมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่ผมอยากทำ

a day Foundation จะทำงานเกี่ยวกับ 3 เรื่อง คือ

  1. ปัญหาสังคม
  2. การศึกษา
  3. สิ่งแวดล้อม

เพราะฉะนั้น ผมว่า อันนี้น่าจะเป็นหมุดหมายที่สำคัญในชีวิตผม ที่ผมอยากจะทำให้มันมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืนครับ ผมอดคิดไม่ได้ว่า มันอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่ผมจะทำก็ได้

ผมว่า คนทุกคนจะต้องตระหนักว่า ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม ทุกสิ่งทุกอย่าง ตัวเรามีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

เพราะฉะนั้น การยกภาระการแก้ปัญหาสังคมให้กับองค์กรหรือภาครัฐนั้น ผมว่าเป็นเรื่องที่อาจจะไม่เพียงพอ คนที่สามารถลุกขึ้นมาช่วยแก้ไขปัญหาสังคมได้ดีที่สุด ก็คือ พวกเราทุกคนครับ คนทุกคนที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคม

ผมตั้ง a day foundation ขึ้นมา เพื่อตั้งใจให้เป็น volunteer agency คือเป็นเอเจนซี่ที่คิดงานโครงการเพื่อแก้ปัญหาสังคมขึ้นมา และพยายามที่จะชักชวนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ ให้มาลองทำงานอาสาสมัครดู

ซึ่งที่ผ่านมา ผมก็ทำไปหลายโปรเจ็ค ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการแก้ปัญหาสังคม ตอนนี้มีโปรเจ็คในมือผมหลายโปรเจ็คมากจนทำไม่ทัน แต่ผมแฮปปี้มากเลย แล้วรอดูนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นจาก a day Foundation ต่อไป

::::::::::::::::::

Q5 : หนังสือเล่มที่อ่านค้างอยู่คือ...

A5 : หนังสือเรื่อง ความฝัน ความหวังและแรงบันดาลใจ 100 ทัศนะของผู้นำในโลกยุคใหม่ เป็นหนังสือที่รวบรวมชีวิตของคนที่ทำอะไรเพื่อผู้อื่นที่ด้อยกว่า

ชีวิตของคนที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคมเพื่อโลกเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมชื่นชมคนประเภทนี้มาก ซึ่งคนที่ผมชื่นชมมี 2 ประเภท คือ นักคิดสร้างสรรค์ กับคนที่เกิดมาเพื่อทำอุดมการณ์บางอย่างที่มิใช่เพื่อตนเอง

ซึ่งถือว่า เป็นยอดมนุษย์สำหรับผม

พอเราอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติชีวิตของคนที่มีอุดมการณ์บางอย่างในชีวิต คือเกิดมาเพื่อไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อคนอื่นแล้ว จะรู้สึกว่า เรามันด้อยมากและในทางกลับกัน รู้สึกอยากลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างก็ยังดี

::::::::::::::::::

Q6 : คนต้นแบบของพี่โหน่ง?

A6 : ผมชอบคนง่ายมากครับ ไอดอลผมมีเป็นร้อย ผมเป็นคนชื่นชมคนง่ายมาก ผมเกลียดคนยากมาก ไม่ค่อยเกลียดใคร

ใครทำอะไรดี ๆ ผมชอบหมดและไม่รีรอที่จะแสดงความชื่นชมให้กำลังใจไป

หลัก ๆ ก็เป็นคนใน 2 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มคนที่ทำงานความคิดสร้างสรรค์ พวกนักเขียน สถาปนิก นักทำหนัง ทำเพลง พวกนักออกแบบเจ๋ง ๆ ผมจะชื่นชมมาก
  2. กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มผู้เสียสละ พวกเอ็นจีโอ พวกแอคทิวิสท์ต่าง ๆ ผมก็ชื่นชม


::::::::::::::::::

"เป็นคนอื่นเป็นได้ไม่นาน เป็นตัวเองเป็นได้ตลอดไป"

::::::::::::::::::

Credit : สัมภาษณ์ โดย ทีมงาน "true ปลูกปัญญา"

via Life 101

Monday, April 8, 2013

Beautiful, Nice & Pretty

Beautiful and Bitchy, Ugly and Nice, or Pretty and Stupid. I've been lucky to stay away from that.  - Jennifer Lawrence

It's hard for a young woman 
because typically the roles you're offered are ... 
Beautiful and Bitchy, 
Ugly and Nice, 
or Pretty and Stupid. 
I've been lucky to stay away from that. 
- Jennifer Lawrence 
... 
So be Beautiful, Nice & Pretty. 
Not Bitchy, Ugly & Stupid. 
...

Sunday, April 7, 2013

Excellent Quotes By Warren Buffett



On Earning

Never depend on single income. Make investment to create a second source.

On Spending

If you buy things you do not need, soon you will have to sell things you need.

On Savings

Do not save what is left after spending, but spend what is left after saving.

On Taking Risk

Never test the depth of river with both the feet.

On Expectations

Honesty is very expensive gift. Do not expect it from cheap people.

Monday, March 11, 2013

Just Do It ?

 Just Do It … F*ck the Consequences ! 
ทำๆ ไปเหอะ ... ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ช่างหัวมัน !
การไม่กล้าทำ เพราะความกลัว มัวแต่หดหัวอยู่ในกระดอง ก็เป็นเรื่องหนึ่ง
แต่การทำด้วยความกล้าบ้าบิ่น ไร้ซึ่งความกลัว แต่ขาดสติกำกับ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
...
การมีความกล้าที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง มีความกลัว ละอายต่อการทำสิ่งที่ไม่ดี มีสติสัมปชัญญะกำกับทุกครั้ง ก่อนจะทำอะไรๆ ไม่ใช่แค่อีกเรื่องๆ หนึ่ง แต่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน และจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน (จริงๆ ก็จำเป็นมาทุกยุคทุกสมัย และก็ยังจะจำเป็นต่อไปในอนาคตนั่นแหล่ะ)