Showing posts with label How To. Show all posts
Showing posts with label How To. Show all posts

Sunday, July 19, 2015

30 Insights for a Life of Acute Brilliance


  1. The great call on our lives is to do our part to make other lives better.
  2. Get enough rest. It's a key factor in high performance + longevity.
  3. Focus on how far you've come versus how far you still have to go.
  4. Make the time to thank those who have encouraged you along the way.
  5. Remind yourself relentlessly that mastery comes from going to your edges rather than clinging to what's known.
  6. Do more things that make you happy.
  7. Practice removing complaint from your vocabulary (bonus tip: complaint is often frozen anger).
  8. See your work as your craft. And devote yourself to knowing more about what you do than anyone who has ever done what you do.
  9. Remember that creativity + peak productivity are seasonal: there's a time to plant and a time to harvest.
  10. Be kind to strangers. You just might save a life this way.
  11. Regularly rewrite how you will have wished you will have lived on the last day of your life in your journal. This heightens your focus on doing what counts. And trains your brain to get it done.
  12. Read for an hour a day. This ritual opens up frontiers that will make you a better producer, a deeper thinker and a richer human.
  13. Walk into the situations that terrify you. This is how bravery grows. And the finest way I know of to take your power back.
  14. Know that internal power, cultivated via years of inner work (reading + visualizing + contemplating + affirming + journaling + discussing + meditating + going to conferences etc.) is exponentially more valuable (and fulfilling) than external power (titles/status/cash)...a strong character always beats a large bank account...and decency lasts longer than fame.
  15. When you stumble, just say "I am sorry".
  16. When you hurt, just feel the hurt.
  17. When you love, just trust in it fully.
  18. When you dream, know it's the wisest part of you suggesting the next level available to you. Take the hint.
  19. Remind yourself that health is wealth. And should you lose yours, nothing will be more important than getting it back.
  20. Protect your mindset. Negative stimuli have never been so everywhere. So please: Less news and more beauty. Less gossip and more art. Less grumbling and more gratitude.
  21. Learn from the past but don't wallow in it.
  22. Remember that your income will never exceed your self-identity. And that your outer results mirror your inner story.
  23. When you fall, get back up. When you win, decide how you'll make it even better.
  24. Work hard on being more present. Presence is rare these days--and a phenomenal gift to give those who intersect your days.
  25. Laugh at yourself. Life's too short to take yourself too seriously.
  26. Trust that blaming others is excusing yourself.
  27. Know that success lies around a brilliant execution on the fundamentals.
  28. Having a grand vision is cool. Being amazing at getting it done is far hipper.
  29. Be good at living your own life + values versus great at living everyone else's.
  30. Don't miss the so-called ordinary pleasures every day brings to the wise soul who notices them...the singing birds or the beautiful coffee or the inspirational poem or the laughing child or the clean water or breezes winding through the lush trees...witnessing these forges a life gorgeously lived...

... via Robin Sharma

Sunday, June 14, 2015

The 26 Titan Principles by Robin Sharma


  1. To lead a giant life, begin with giant thoughts.
  2. Greatness begins beyond your comfort zone.
  3. To have a life very few have, do the things few will do.
  4. The marketplace always rewards mastery.
  5. To become a 20x better person, set - and execute - a 20x larger vision
  6. Your performance rises to the level of your associations.
  7. Great projects are produced via great passion (not cold logic).
  8. Dreams (and ideas) are worthless without execution that is absolutely relentless.
  9. Your life reflects what you’ve settled for.
  10. It’s not only your opportunity but your responsibility to achieve rare-air success.
  11. Excuses are liars.
  12. Fears are thieves.
  13. Be a champion versus a cynic, an encourager versus a critic.
  14. To have an amazing company, develop an amazing team.
  15. Your work is your craft. Your life is your art.
  16. Generosity breeds victory.
  17. To make millions, help millions.
  18. Focus is more valuable than intelligence.
  19. The future belongs to the misfits, oddballs and visionaries.
  20. If it’s not messy, it’s not true progress.
  21. Take care of the relationship and the money will take care of itself.
  22. Success loves the persistent.
  23. The quality of your practice defines the caliber of your performance.
  24. Impact is more lucrative than income.
  25. Nothing changes until your mission becomes your obsession.
  26. Safe is boring. Daring is hip.

... via FB - Robin Sharma

Thursday, December 4, 2014

30 Tips for Success by Bundit Ungrangsee


เคล็ดลับ 30 ข้อแห่งความสำเร็จ! โดย บัณฑิต อึ้งรังษี

  1. ทำสิ่งที่รักและถนัด คุณไม่สามารถสำเร็จได้ในงานที่ไม่ชอบ
  2. กตัญญู เห็นคุณค่า แม้สิ่งเล็กๆ ที่ได้รับ สิ่งนี้สิ่งเดียวจะทำให้คุณได้รับสิ่งดีมากขึ้นๆ
  3. ตั้งเป้าหมายในชีวิต เป้าหมายที่ตั้งอย่างดีและชัดเจนเป็นครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ
  4. ความปรารถนาเป็นสิ่งที่ดี การเติบโตมากขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ตราบใดที่ให้คนอื่นได้รับประโยชน์ด้วย
  5. ปล่อยวาง นั่นคือไม่กลัวความล้มเหลว ไม่ยึดติดกับผลลัพท์ ได้ทำก็เป็นรางวัลแล้ว
  6. โฟกัส มุ่งมั่น เลือก 5 เป้าหมายที่สำคัญที่สุด แล้วเริ่มทำงาน
  7. ความคิดคืออนาคต ควบคุมความคิดของตนเองให้ดีเสมอ
  8. ซ้อม ซ้อม ซ้อม พัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น ดีขึ้นทุกวัน
  9. แต่งงานกับคนที่ถูกต้อง สิ่งนี้สำคัญต่อความสำเร็จ และความสุขทั้งชีวิตของคุณ
  10. ซื่อสัตย์ การได้รับความไว้วางใจ จากคนอื่น เป็นรางวัลชีวิตที่ได้มายาก แต่เสียง่าย
  11. เรียนรู้การเป็นเจ้านายของเงิน สิ่งนี้จะให้อิสระภาพ กับชีวิตคุณ
  12. จำไว้ว่าคุณเป็นคนสร้างชะตาชีวิตตนเอง ไม่มี โชค ดวง สถานการณ์ หรือคนอื่น
  13. ห้ามล้มเลิก
  14. ยกโทษให้ทุกคน สิ่งนี้เป็นของขวัญที่คุณให้กับตนเอง
  15. ให้คุณค่ากับคนอื่น มากกว่าที่เขาคาดหวัง "ขอคืบ ให้ศอก"
  16. กฏทองของชีวิต "จงปฏิบัติกับผู้อื่น เหมือนที่คุณอยากให้เขาปฏิบัติกับคุณ"
  17. ความสุขมาก่อนความสำเร็จ จงเรียนรู้ที่จะมีความสุขได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งของหรือการกระทำคนอื่น คุณเป็นคนควบคุมความสุขตนเองด้วยความคิด
  18. ห้ามบ่น คนบ่นคือคนคิดลบ และคุณจะได้สิ่งลบลบเพิ่ม (กฎแห่งแรงดึงดูด)
  19. อย่าโทษคนอื่น หรือสิ่งใด จงรับผิดชอบชีวิตตนเอง
  20. เลิกหาข้อแก้ตัว ถ้าคุณอยากได้มันมากพอ คุณก็หาทาง ถ้าความอยากได้ไม่พอคุณก็จะหาข้อแก้ตัว
  21. รักษาสุขภาพดี สิ่งนี้มีความสำคัญต่อความสำเร็จ และความสุข
  22. เรียนรู้การใช้จินตนาการ นึกภาพผลลัพท์ที่ต้องการ
  23. พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง สิ่งนี้เป็น 2 ใน 3 ส่วนของความสำเร็จ
  24. พัฒนาบุคคลิกภาพความเป็นผู้นำ
  25. มีเมตตากับทุกคน สิ่งนี้จะทำให้คุณเป็นที่รัก
  26. ให้ ให้ ให้ การให้มาก่อนการรับ ยิ่งให้คุณจะยิ่งได้
  27. ครอบครัวนั้นสำคัญมาก อย่าลืมว่าความสำเร็จแค่ไหน ก็ไม่สามารถชดเชยความล้มเหลวที่บ้าน
  28. อ่านหนังสือแนวพัฒนาตนเอง ชีวิตคุณไม่ยาวพอ ที่จะลองผิดลองถูกเองทั้งหมด
  29. หาพี่เลี้ยงที่สำเร็จแล้วในสิ่งที่คุณอยากทำ เค้าจะประหยัดเวลาให้คุณ (แต่อย่าลืมให้อะไรตอบแทน)
  30. นั่งสมาธิ สงบจิต และอธิษฐาน เรียนรู้การสื่อสารกับขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ภายใน
... via Facebok Bundit Ungrangsee & SET

Tuesday, December 2, 2014

Business Model From Zero To 100 Millions


Model สร้างธุรกิจ 100 ล้าน... ด้วย 2 มือเปล่าๆ...

วิธีการแก้ปัญหาชีวิต...ง่ายมากครับ... ทำตามลำดับ...ดังนี้...
  1. วางแผนชีวิต... 
    1. ตั้งเป้าหมายชีวิต... 
    2. ภายใน 1 ปี...3 ปี...5 ปี...10 ปี...เราจะเป็นอะไร...? 
    3. หาวิธีการที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ... 
    4. วางแผนเป็นขั้นตอน...ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ 10 ปี... 
  2. ลงมือทำ... 
    1. ตามแผนที่วางไว้...
  3. แก้ปัญหาและอุปสรรค... 
    1. แก้ไขปัญหา...และปรับเปลี่ยนแผน... ให้เข้ากับสถานการณ์... 
  4. ฉลองความสำเร็จ... 
  5. ให้รางวัลชีวิต...เมื่อสำเร็จตามเป้าหมาย...

ดูตัวอย่างครับ... ตั้งเป้าหมายชีวิต... 
  • ภายใน 1 ปี...     => เป็นผู้จัดการร้านอาหาร... 
  • ภายใน 4 ปี...     => เป็นเจ้าของร้านอาหาร... 
  • ภายใน 6 ปี...     => เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหาร... 
  • ภายใน 10 ปี...   => เป็นเจ้าของธุรกิจ 100 ล้าน... 

หาวิธีการ... และวางแผน... 

แผนปีที่ 1
ออกจากบ้าน... ไปสมัครทำงานร้านอาหาร...
  • 1 - 3 เดือนแรก... เป็น...เด็กเสริฟ...
  • 4 - 6 เดือน...       เป็น...กัปตัน...
  • 7 - 9 เดือน...       เป็น...ผู้ช่วยกุ๊ก...
  • 10 - 12 เดือน...   เป็น...กุ๊ก...
ทำงานทุกอย่าง...อย่างบ้าคลั่ง...ทั้งวันทั้งคืน...
เรียนรู้ทุกเรื่อง...อย่างบ้าคลั่ง...เรื่องอะไรที่ไม่รู้...
เรียนให้รู้ทุกเรื่อง... พัฒนาตัวเอง...อย่างบ้าคลั่ง...
อะไรที่ไม่เคยทำ... ต้องฝึกทำให้เป็นทุกเรื่อง... คิดเอาชนะ...
อย่างบ้าคลั่ง...ทุกเรื่องที่ทำ...ต้องแตกต่างและดีกว่า...
ดีกว่าคู่แข่งของเรา...ดีกว่าคนที่สอนเรา...
ดีกว่าคนที่เราเอามาเป็นต้นแบบ... แตกต่างและดีกว่า...
เบอร์หนึ่งในตลาด... เมื่อเราทุ่มเททำงานสุดชีวิต...
เรียนรู้ทุกเรื่อง...อย่างบ้าคลั่ง...ทำงานอย่างบ้าคลั่ง...
คุณอยากเรียนรู้อะไร...อยากทำงานอะไร... ทั้งนายจ้าง...
และเพื่อนร่วมงาน... จะยินดีสนับสนุนมึงทุกเรื่อง...


แผนปีที่ 2
  • เป็นผู้จัดการร้านอาหาร... 
  • เงินเดือน 3 หมื่นบาท... 
    • เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ได้มากที่สุด... 
    • เพื่อเป็นทุนในการเปิดร้านอาหารของตัวเอง... 
  • เรียนรู้งานบริหารร้านอาหารให้ละเอียดที่สุด... 
    • ก๊อปปี้การบริหารทุกเรื่องใส่หัวให้ได้มากที่สุด... 
    • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ...ในการบริหาร... 

แผนปีที่ 3
  • ย้ายไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่เป็นระบบแฟรนไชส์... 
  • ร้านใหญ่ขึ้น... เงินเดือนมากขึ้น... 
  • เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ได้มากที่สุด... 
  • เรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ร้านอาหารให้ละเอียดที่สุด... 
  • ก๊อปปี้การบริหารทุกเรื่องใส่หัวให้ได้มากที่สุด... 
  • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ... ร้านอาหารระบบแฟรนไชส์... 
  • เรียนรู้... 
    • เรื่องการลงทุน... 
    • การเป็นเจ้าของธุรกิจ... 
    • การบริหารธุรกิจ... 
    • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ... 
  • วางแผน... ที่จะเปิดร้านอาหารของตัวเอง...

แผนปีที่ 4
  • เปิดร้านอาหารของตัวเอง... 
  • นำเงินเก็บสะสมตลอด 3 ปี...ที่ทำงานอย่างบ้าคลั่ง... รายได้เฉลี่ย...เดือนละ 3 หมื่น...ปีละ 3 แสน... รวม 3 ปี = 9 แสนบาท... ไปเช่าตึก 1 คูหา...ซื้อข้าวของ... 
  • เปิดร้านอาหารแห่งแรกของตัวเอง... 
  • สร้างแบรนด์ให้ติดและแข็งแกร่ง... 
  • ชื่อเท่...จำง่าย...ทันสมัย...ความหมายดี... 
  • อาหารโคตรอร่อย...อร่อยที่สุดในประเทศไทย... 
  • เมนูแปลก...หากินยาก...ไม่เหมือนใคร... 
  • บริการเลิศ...ดีที่สุดในประเทศไทย... 
  • แต่งร้านเรียบง่ายแต่โคตรเท่...สวยด้วยสมอง... 
  • สด...สะอาด...สะดวกสบาย... 
  • ประทับใจในทุกมุมมอง...ทุกบริการ...ทุกเมนู... 
เมื่อคุณทำทุกอย่าง... แตกต่างและดีกว่าเบอร์ 1 ในตลาด...
ลูกค้าก็ติดใจ... มาใช้บริการ... พาญาติพี่น้องมาด้วย... ชวนเพื่อนฝูง...คนที่รู้จักมาด้วย...
เจอใครก็แนะนำ... ปิดการขายแทนเรา... แถมการันตีแทนเราด้วย... รับรองว่าดีจริงๆ...
หลังจากนั้น... แบรนด์เราจะติด... โด่งดัง... ยอดขายถล่มทลาย... คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง...


แผนปีที่ 5 และปีต่อๆไป
  • ขยายสาขาเพิ่มอีก 2 สาขา... และประกาศขายแฟรนไชส์... 
  • เปิดตลาดแฟรนไชส์เต็มตัว... แผนปีที่ 6... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 3 สาขา... แผนปีที่ 7... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 7 สาขา... แผนปีที่ 8... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 12 สาขา... แผนปีที่ 9... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 25 สาขา... แผนปีที่ 10... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 50 สาขา...
ภายใน 10 ปี... คุณจะมีร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์ของคุณ 100 ร้าน...
คุณก็จะกลายเป็น...นักธุรกิจ 100 ล้าน...
ตั้งแต่บัดนั้น... ตามที่ตั้งเป้าหมายที่คุณตั้งไว้...
เห็นไหมครับว่า... การเป็นนักธุรกิจ 100 ล้าน... สร้างธุรกิจ 100 ล้านเนี่ย... มันโคตรง่ายเลย...
ผมเริ่มต้นมาจากเด็กวัด...กำพร้า... อดอยากยากจนขนาดต้องแย่งหมากิน...
ผมใช้วิธีการเดียวกันนี้... ปัจจุบันนี้...ยอดขายหนังสือของบริษัทผม... รวมแล้ว...หลายร้อยล้าน...
ผมใช้เวลาในสร้างอย่างเป็นระบบ...20 ปี...

เนื้อหาจาก...สุดยอดหนังสือดี...เข็มทิศการสร้างชีวิต...

ฉันฉันน์ ลวางกูรพสิษฐ์...
(สมคิด ลวางกูร)
... via Facebook

Monday, December 1, 2014

30 Lessons from Book - Secret of the Millionaire Mind

30 บทเรียนแห่งความมั่งคั่งจากหนังสือ “ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน”

  1. ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม คุณก็ต้องยอมเต็มใจยอมปล่อยวางวิธีคิดและการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ แล้วนำวิธีคิดแบบใหม่เข้ามาสู่ชีวิต แล้วคุณจะประจักษ์ถึงผลที่ตามมาในที่สุด
  2. โลกภายนอกของคุณเป็นเพียงเสียงสะท้อนของโลกภายในเท่านั้น ถ้าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนอกตัวคุณไม่ได้เป็นได้ด้วยดี นั่นเป็นเพราะสิ่งต่างๆภายในตัวคุณก็ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเช่นเดียวกัน
  3. ความคิดนำไปสู่ความรู้สึก ความรู้สึกนำไปสู่การกระทำ การกระทำนำไปสู่ผลลัพธ์
  4. เงินเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุกเรื่องที่ต้องใช้เงิน ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่มีความสำคัญแม่แต่นิดเดียวสำหรับทุกเรื่องที่ไม่ต้องใช้เงิน
  5. เมื่อคุณบ่น คุณกำลังกลายร่างเป็น “แม่เหล็กดึงดูดความเลวร้าย” ที่มีชีวิต
  6. จำไว้ว่าคุณเป็นผู้ลิขิตชะตาชีวิตทางการเงินของตัวคุณเอง ว่าจะมั่งคั่ง ถังแตก หรือมีฐานะในระดับใดก็ตาม
  7. เหตุผลอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร
  8. ถ้าคุณไม่มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะอย่างเต็มตัวและสุดหัวใจ คุณก็จะไม่มีโอกาสร่ำรวย
  9. การคิดเล็กและทำแต่เรื่องเล็กจะนำไปสู่การสิ้นเนื้อประดาตัวและความไม่พอใจในตนเอง ส่วนการคิดใหญ่และทำการใหญ่จะนำไปสู่การมีพร้อมทั้งเงินและความหมายในชีวิต คุณเลือกเอาได้ตามใจ!
  10. ไม่มีทางที่โชค หรือสิ่งอื่นใดที่มีค่า จะมาถึงตัวคุณได้เลยถ้าคุณไม่ลงมือทำการใดๆ (เพื่อเตรียมตัวรับโชคหรือสิ่งนั้นๆ)
  11. คนรวยให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ส่วนคนจนให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ
  12. คนรวยมองเห็นโอกาส กระโจนใส่มัน และร่ำรวยยิ่งขึ้น แล้วคนจนล่ะ มัวทำอะไรอยู่? พวกเขาก็ยัง“เตรียมตัว”อยู่นะสิ!
  13. คนรวยมักเป็นผู้นำ และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ล้วนแต่เป็นนักโปรโมทที่ยอดเยี่ยม การเป็นผู้นำที่ย่อมมีผู้ตามและผู้สนับสนุน นั่นหมายความว่าคุณต้องช่ำชองด้านการขาย การสร้างแรงบันดาลใจ และการจูงใจให้ผู้คนเชื่อในวิสัยทัศน์ของคุณ
  14. ถ้าคุณเชื่อว่าสิ่งที่คุณมีสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างแท้จริง หน้าที่ของคุณก็คือการบอกให้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รับรู้ และวิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณช่วยเหลือคนอื่นได้เท่านั้น แต่คุณยังจะร่ำรวยอีกด้วย!
  15. เคล็ดลับสู่ความสำเร็จไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยง ปัดหรือหันหลังให้กับปัญหา สิ่งที่คุณต้องทำคือ การพัฒนาตนเองให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทุกๆปัญหา
  16. ถ้าคุณบอกว่าคุณมีค่า คุณก็มีค่า ถ้าคุณบอกว่าคุณไร้ค่า คุณก็ไร้ค่า ไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะดำเนินชีวิตไปตามเรื่องราวที่คุณแต่งขึ้นเอง
  17. คนจนแลกเวลากับเงิน กลยุทธ์นี้มีปัญหาเพราะเวลาของคุณมีอยู่อย่างจำกัด นั่นหมายความว่าคุณกำลังแหกกฎแห่งความมั่งคั่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งระบุว่า “อย่าให้มีเพดานจำกัดรายได้ของคุณ”
  18. มาตรวัดความมั่งคั่งที่แท้จริงคือมูลค่าทรัพย์สิน ไม่ใช่รายได้จากการทำงาน
  19. ถ้าคุณไม่ควบคุมเงินของคุณ มันก็จะควบคุมคุณ การจะควบคุมเงินของคุณ คุณต้องรู้จักบริหารเงิน
  20. อิสรภาพทางการเงิน คือ ความสามารถที่จะดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องทำงานหรือพึ่งพาคนอื่นในเรื่องเงิน
  21. คุณจะมีอิสรภาพทางการเงินเมื่อรายได้งอกเงย (รายได้จากทรัพย์สินหรือธุรกิจที่ทำงานแทนคุณและสร้างรายได้ด้วยตัวของมันเอง) ของคุณมีจำนวนมากกว่ารายจ่าย
  22. คนจนทำงานหนักและใช้เงินทั้งหมดที่มาหาได้ พวกเขาจึงต้องทำงานหนักตลอดไป ส่วนคนรวยทำงานหนัก สะสมเงิน และนำไปลงทุน พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีก
  23. ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคนส่วนใหญ่ คือ การรอให้ความกลัวลดน้อยลงหรือจางหายไปก่อนจะเริ่มลงมือทำ(บางสิ่งบางอย่างไปสู่ความมั่งคั่ง) และคนเหล่านี้ก็มักลงเอยด้วยการนั่งรอตลอดไป
  24. คนรวยและผู้ที่ประสบความสำเร็จก็มีความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวลเช่นกัน เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นมาหยุดยั้งตนเอง
  25. ความสุขไม่ได้มาจากการใช้ชีวิตอย่างสบายๆไปวัน พร้อมๆกับนึกสงสัยตลอดเวลาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตบ้าง แต่ความสุขเกิดจากการเติบโตตามอัตราการเติบโตที่ควรจะเป็นและการใช้ชีวิตด้วยศักยภาพสูงสุดของตัวเรา
  26. การฝึกฝนและบริหารความคิดของคุณเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่คุณควรมีไว้ครองครอง เพื่อให้บรรลุความสุขและความสำเร็จ
  27. น้อยคนนักจะรู้ว่าวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการสร้างและรักษาความมั่งคั่งเอาไว้ก็คือ การพัฒนาตัวคุณเอง เพื่อให้คุณเติบโตเป็นคนที่ “ประสบความสำเร็จ”
  28. คนจนและชนชั้นกลางส่วนใหญ่เชื่อว่า “ถ้าฉันมีมากๆ ฉันก็จะสามารถทำในสิ่งที่ฉันต้องการและเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้” ส่วนคนรวยเข้าใจว่า “ถ้าฉันกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ฉันจะสามารถทำในสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อให้มีสิ่งที่ฉันต้องการ รวมไปถึงจำนวนเงินมากๆด้วย”
  29. คนรวยคือผู้เชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองทำ ชนชั้นกลางคือพวกที่ทำงานของตัวเองได้ดีในระดับปานกลาง และคนจนคือพวกที่ทำงานของตัวเองไม่ได้เรื่องเลย
  30. การจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวรนั้น มันต้องเกิดขึ้นในระดับที่ลึกซึ้ง....เครือข่ายในสมองคุณต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ นั่นหมายความว่าคุณต้องนำมันไปปฏิบัติจริง อย่าเพียงแต่อ่าน อย่าเพียงแต่พูดถึงมัน และอย่าเอาแต่คิด จงลงมือทำจริงๆ
Cr. Thanachok Loketkawe
via https://www.facebook.com/McLynchGroup/posts/550799091683103?stream_ref=10

Friday, November 14, 2014

5 AM Club Rules by Robin Sharma


  1. Rise at 5 am
  2. Spend your first 20 minutes on exercise
  3. Invest the next 20 working on your plan/goals/dreams
  4. Devote the last 20 to learning
  5. Run this 20/20/20 Formula for 66 days
  6. Share your progress on social media

#The5amClub

This daily ritual is a game-changer. Please don't give up too early. All change needs patience and time until the new habit becomes your default.

You CAN do this. It'll be hard at first, messy in the middle and awesome for your life at the end.

... via Facebook - Robin Sharma

Monday, December 2, 2013

10 Habits of The Richest People in the World

  1. They are goal setters.
  2. They focus on one thing at a time.
  3. They have great respect for time.
  4. They spend less than they earn.
  5. They work very hard.
  6. They continually learn and grow.
  7. They keep rich company.
  8. They are persistent.
  9. They take calculated risks.
  10. They are generous.
… via LifeHack.org

Sunday, December 1, 2013

The 7 Step Process for Setting and Achieving Your Goals

  1. Decide exactly what you want in each area of your life. Be specific!
  2. Write it down, clearly and in detail.
  3. Set a specific deadline. If it is a large goal, break it down into sub-deadlines and write them down in order.
  4. Make a list of everything you can think of that you are going to have to do to achieve your goal. As you think of new items, add them to your list.
  5. Organize the items on your list into a plan by placing them in the proper sequence and priority.
  6. Take action immediately on the most important thing you can do on your plan. This is very important!
  7. Do something every day that moves you toward the attainment of one or more of your important goals. Maintain the momentum!

The most common question I'm asked is,
"What's the most important ingredient to Success?"
And my answer is ALWAYS the same:
"You need a Strategic Plan."

... By Brian Tracy

Tuesday, October 29, 2013

PASSION for the GOAL

10 ข้อที่ควรทำ จากจุดที่อยู่ ... ไปสู่จุดที่หมาย

1.ถามเอง! ตอบเอง!
สองคำถามเปลี่ยนชีวิต
• หนึ่ง ชีวิตนี้ต้องการอะไร?
• สอง แล้วทำไมต้องได้สิ่งนั้น?
ถ้าตอบได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องวิธีการไปสู่เป้าหมายเพราะมันจะตามมาเอง

2.จงโลภมาก!
อย่าตั้งเป้าหมายว่าขอให้ได้ทำงานที่รักก็พอ เงินทองไม่เป็นไร
หรือขอให้ได้เงินเยอะๆ ไม่ต้องรักในงานที่ทำก็ได้
เลือกมันทั้งคู่ คือได้ทำในสิ่งที่รักและต้องทำให้ร่ำรวยด้วย

3.ตั้งเป้าเร้าใจ!
เป้าหมายใหญ่ จะทำให้เราขยายขนาดความคิด
และเป้าหมายที่ทำเพื่อคนอื่น
เร้าใจกว่าเป้าหมายที่ทำเพื่อตัวเองเสมอ

4.เขียนลงไป!
เป้าหมายที่ไม่ได้เขียน อย่าเรียกมันว่าเป้าหมาย
มันก็แค่ฝันกลางวัน มันก็แค่อยากได้ชั่วคราว

5.สำเร็จสองครั้ง!
ความสำเร็จเกิดขึ้นสองครั้ง
ครั้งแรกในจินตนาการ ครั้งที่สองมันเกิดขึ้นจริง
ยิ่งภาพจินตนาการในหัวชัดเจนเท่าไหร่
ความเป็นไปได้ก็ยิ่งเท่านั้น

6.ลุย!
หนทางจะค่อยๆ เปิดให้คนที่กล้าก้าว
ไม่เคยมีทางลัดเพื่อไปสู่ความสำเร็จ
ลุยโลด! โปรดระวังความสำเร็จมาแน่!

7.สะสมล้มเหลว!
สะสมความล้มเหลววันนี้ ส่งรหัสใต้ฝาความล้มเหลวลุ้นความสำเร็จ ล้มเหลวมาก มีสิทธิ์มาก

8.(อย่า)งดเชื่อ! (อย่า)เบื่อทวง!
นับความสำเร็จทุกเรื่อง แม้จะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เพราะมันจะทำให้เราเกิดความเชื่อ และความเชื่อจะทำให้เราลงมือทำสุดสุด และการลงมือทำสุดสุด จะทำให้เกิดผลสำเร็จ

9.สุขก่อน! สำเร็จก่อน!
อย่าเอาความสุขไปฝากไว้ที่เป้าหมาย
มันอยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ อยู่แล้ว

10.เงียบๆ คนเดียว!
ความเงียบคือเพื่อนที่น่าคบ อยู่กับมันแล้วปัญญาจะปรากฏ
และนี่คือขุมพลังอันยิ่งใหญ่ในตัวเราที่น้อยคนจะใช้มัน

... by บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ
... via Facebook - Boy's Thought

Monday, October 7, 2013

How to be an Explorer of the World

  1. Always be looking (notice the ground beneath your feet).
  2. Consider everything alive & animate.
  3. Everything is interesting. Look Closer.
  4. Alter your course often.
  5. Observe for long durations (and short ones).
  6. Notice the stories going on around you.
  7. Notice patterns. Make connections.
  8. Document your findings (field notes) in a variety of ways.
  9. Incorporate indeterminacy.
  10. Observe movement.
  11. Create a personal dialogue with your environment. Talk to it.
  12. Trace things back to their origins.
  13. Use all of sense in your investigations.

Thursday, July 18, 2013

ความแตกต่างหลักๆ 10 ประการ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง

ผมได้อ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเขียนโดย Keith Cameron Smith เรื่องความแตกต่างหลักๆ ที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง และเห็นว่ามันมีความเป็นจริงอยู่พอสมควรจากการสังเกตของผม ดังนั้น จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหนของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชั้นกลางสู่การเป็นคนรวย

1. เศรษฐีนั้นคิดยาว แต่คนชั้นกลางคิดสั้น 
ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปีๆ หรือเป็นสิบๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

2. คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น 
นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ หรือมีมุมมองต่างๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

3. คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆได้

4. คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง
นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริงๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุด ก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

5. คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน
นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน
โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

6. คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง
คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

7. คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ
ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์ หรือ บิล เกตส์

8. คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง
ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลายๆอย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

9. คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน
เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนโดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

10. คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ
ตัวอย่างเช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจ เช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร?
และนั่นก็คือ ความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง แน่นอน คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคนชั้นกลางและคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอยากรวย ผมคิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า

... Source: Forward Mail

Monday, April 15, 2013

How To Make An Awesome Illustration For Your Site


Step By Step
  1. Draw something awesome.
  2. Trace it in illustrator.
  3. Put it on your website.

มันเป็นข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้จริงๆ นะ ...
อยากบอกว่า อ่านทีแรก รู้สึกฮามากๆ ครับ :) :P

จริงๆ เคล็ดลับสุดยอด อาจไม่ได้มีอยู่จริงหรอก
เคล็ดลับสุดยอด จริงๆ อาจจะเป็นเพียงแค่ ...
การลงมือทำ และการฝึกฝน ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และ เรื่อยๆ

... via .NET Magazine