Showing posts with label Millionaire. Show all posts
Showing posts with label Millionaire. Show all posts

Wednesday, December 3, 2014

Path to Rich - Work For Free

คุณทำงานฟรีหรือเปล่า? 
หนทางสู่ความรวยแบบชัวร์ๆ ตามกฎจักรวาล

------------------------------------------------------

วันนี้ ผมอยากให้ความชัดเจนกับทุกคน ทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และลูกค้า
ปัญหาทุกอย่างจะหมดไป ถ้าทุกคนทำตามหลักคิดข้อนี้คือ...
* ทุกคนทำงานฟรี บวกกำไรให้คนอื่น *
ยิ่งคุณบวกกำไรให้คนอื่นมากเท่าไร คุณยิ่งมั่งคั่งมากเท่านั้น
เงินมันจะไหลมาหาคุณแบบไม่หยุดยั้ง
ผมไม่ได้แค่พูดตามหนังสือที่เคยอ่าน
แต่ผมพูดจากประสบการณ์ตนเอง หลังจากได้ทำตามกฎนี้

-----------------------------------------

ไบรอัน เทรซี่ ให้ไอเดียเด็ด ที่ผมไปใช้แล้วได้ผล แล้วก็สอนต่อ ที่ว่า...
เคล็ดลับของการสกรีนลูกจ้าง คือ ...
ลูกจ้างทุกคน ต้อง ฟรี บวกกำไร
หมายความว่า ถ้าเงินเดือนเขา 30,000 บาท
เขาต้องสร้างคุณค่าให้บริษัท มากกว่า 30,000 บาท
นั่นคือ ค่าตัวเขาฟรี และเพิ่มกำไรให้บริษัทอีก
ถ้าคุณสกรีนคน โดยใช้หลักนี้ บริษัทคุณก็มีเปอร์เซ้นต์สำเร็จมากขึ้นเยอะ
(สำหรับ รายละเอียด ลองฟังหนังสือพูดได้ชุดใหม่ของผม "ตั้งบริษัทอย่างไร กำไรสุดๆ")

-------------------------------------

ในมุมมองของลูกจ้าง อาจคิดว่า
"อย่างนี้ก็เอาเปรียบกันสิ"
... ไม่จริงครับ
เพราะผู้ประกอบการ /เจ้าของบริษัท เอง ก็มีหน้าที่
"ทำงานฟรี บวกกำไร ให้กับลูกค้า"
พูดง่ายๆ...
ถ้าลูกค้ารู้สึกว่า จ่ายเงินไปแล้ว ไม่คุ้มค่าเงิน
แปลว่า บริษัทนั้น ไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้กับคนอื่น
บริษัทนั้น ไม่มีทางอยู่ได้นาน แป๊บเดียวก็เจ๊ง

--------------------------------

สรุปกฎจักรวาล ที่ผมตกผลึกมาจากสี่แหล่ง
  1. LAW OF SUCCESS นโปเลียน ฮิลล์
  2. THE SCIENCE OF GETTING RICH วอทเทิลส์
  3. HOW TO BUILD GREAT BUSINESSES ไบรอัน เทรซี่
  4. ประสบการณ์จริงที่ได้ผลแล้ว ของผมเอง


คือ ...
วิธีที่ชัวร์ที่สุด ที่คุณจะรวยได้ ให้ถามตนเองดังนี้ ...
"ทำอย่างไร ฉันจะเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตคนอื่น จำนวนมากๆ?"
ยิ่งให้คุณค่ามาก คุณจะยิ่งได้มาก
ยิ่งให้คุณค่ามาก คุณจะยิ่งรวยมาก
ผมมีกฎง่ายๆในการทำหนังสือ, หนังสือพูดได้, หรือสัมมนา ฯลฯ
"คนที่ได้ไอเดียไป เขาเอาไปใช้แล้ว มีมูลค่าเพิ่มเป็นสิบเท่าของเงินที่เขาจ่ายหรือเปล่า?"
ผมบอกได้เลยว่า....
feedback ที่กลับมา มีหลายคนที่บอกว่า ไปทำเงินได้ 10 ถึง 100 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องแปลก

........
มันเยี่ยมแค่ไหนครับ ที่จักรวาล มีกฎมาอย่างนี้
ว่าทุกคนต้องสร้างมูลค่าให้คนเยอะๆ ถึงจะรวยได้
เพราะทุกคนถูกจูงใจ ให้ทำให้โลกก้าวหน้าขึ้น
ใครที่พยายาม "โกง"กฎจักรวาล จะไม่มีทางชนะ
อย่าลืมนะครับ ถามตนเอง...
"ทำอย่างไร ฉันจะเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตคนอื่น จำนวนมากๆ?"

ด้วยความรัก
บัณฑิต อึ้งรังษี
via Facbook - Bundit Ungrangsee

Tuesday, December 2, 2014

Business Model From Zero To 100 Millions


Model สร้างธุรกิจ 100 ล้าน... ด้วย 2 มือเปล่าๆ...

วิธีการแก้ปัญหาชีวิต...ง่ายมากครับ... ทำตามลำดับ...ดังนี้...
  1. วางแผนชีวิต... 
    1. ตั้งเป้าหมายชีวิต... 
    2. ภายใน 1 ปี...3 ปี...5 ปี...10 ปี...เราจะเป็นอะไร...? 
    3. หาวิธีการที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ... 
    4. วางแผนเป็นขั้นตอน...ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ 10 ปี... 
  2. ลงมือทำ... 
    1. ตามแผนที่วางไว้...
  3. แก้ปัญหาและอุปสรรค... 
    1. แก้ไขปัญหา...และปรับเปลี่ยนแผน... ให้เข้ากับสถานการณ์... 
  4. ฉลองความสำเร็จ... 
  5. ให้รางวัลชีวิต...เมื่อสำเร็จตามเป้าหมาย...

ดูตัวอย่างครับ... ตั้งเป้าหมายชีวิต... 
  • ภายใน 1 ปี...     => เป็นผู้จัดการร้านอาหาร... 
  • ภายใน 4 ปี...     => เป็นเจ้าของร้านอาหาร... 
  • ภายใน 6 ปี...     => เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหาร... 
  • ภายใน 10 ปี...   => เป็นเจ้าของธุรกิจ 100 ล้าน... 

หาวิธีการ... และวางแผน... 

แผนปีที่ 1
ออกจากบ้าน... ไปสมัครทำงานร้านอาหาร...
  • 1 - 3 เดือนแรก... เป็น...เด็กเสริฟ...
  • 4 - 6 เดือน...       เป็น...กัปตัน...
  • 7 - 9 เดือน...       เป็น...ผู้ช่วยกุ๊ก...
  • 10 - 12 เดือน...   เป็น...กุ๊ก...
ทำงานทุกอย่าง...อย่างบ้าคลั่ง...ทั้งวันทั้งคืน...
เรียนรู้ทุกเรื่อง...อย่างบ้าคลั่ง...เรื่องอะไรที่ไม่รู้...
เรียนให้รู้ทุกเรื่อง... พัฒนาตัวเอง...อย่างบ้าคลั่ง...
อะไรที่ไม่เคยทำ... ต้องฝึกทำให้เป็นทุกเรื่อง... คิดเอาชนะ...
อย่างบ้าคลั่ง...ทุกเรื่องที่ทำ...ต้องแตกต่างและดีกว่า...
ดีกว่าคู่แข่งของเรา...ดีกว่าคนที่สอนเรา...
ดีกว่าคนที่เราเอามาเป็นต้นแบบ... แตกต่างและดีกว่า...
เบอร์หนึ่งในตลาด... เมื่อเราทุ่มเททำงานสุดชีวิต...
เรียนรู้ทุกเรื่อง...อย่างบ้าคลั่ง...ทำงานอย่างบ้าคลั่ง...
คุณอยากเรียนรู้อะไร...อยากทำงานอะไร... ทั้งนายจ้าง...
และเพื่อนร่วมงาน... จะยินดีสนับสนุนมึงทุกเรื่อง...


แผนปีที่ 2
  • เป็นผู้จัดการร้านอาหาร... 
  • เงินเดือน 3 หมื่นบาท... 
    • เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ได้มากที่สุด... 
    • เพื่อเป็นทุนในการเปิดร้านอาหารของตัวเอง... 
  • เรียนรู้งานบริหารร้านอาหารให้ละเอียดที่สุด... 
    • ก๊อปปี้การบริหารทุกเรื่องใส่หัวให้ได้มากที่สุด... 
    • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ...ในการบริหาร... 

แผนปีที่ 3
  • ย้ายไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่เป็นระบบแฟรนไชส์... 
  • ร้านใหญ่ขึ้น... เงินเดือนมากขึ้น... 
  • เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ให้ได้มากที่สุด... 
  • เรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ร้านอาหารให้ละเอียดที่สุด... 
  • ก๊อปปี้การบริหารทุกเรื่องใส่หัวให้ได้มากที่สุด... 
  • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ... ร้านอาหารระบบแฟรนไชส์... 
  • เรียนรู้... 
    • เรื่องการลงทุน... 
    • การเป็นเจ้าของธุรกิจ... 
    • การบริหารธุรกิจ... 
    • จนมีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ... 
  • วางแผน... ที่จะเปิดร้านอาหารของตัวเอง...

แผนปีที่ 4
  • เปิดร้านอาหารของตัวเอง... 
  • นำเงินเก็บสะสมตลอด 3 ปี...ที่ทำงานอย่างบ้าคลั่ง... รายได้เฉลี่ย...เดือนละ 3 หมื่น...ปีละ 3 แสน... รวม 3 ปี = 9 แสนบาท... ไปเช่าตึก 1 คูหา...ซื้อข้าวของ... 
  • เปิดร้านอาหารแห่งแรกของตัวเอง... 
  • สร้างแบรนด์ให้ติดและแข็งแกร่ง... 
  • ชื่อเท่...จำง่าย...ทันสมัย...ความหมายดี... 
  • อาหารโคตรอร่อย...อร่อยที่สุดในประเทศไทย... 
  • เมนูแปลก...หากินยาก...ไม่เหมือนใคร... 
  • บริการเลิศ...ดีที่สุดในประเทศไทย... 
  • แต่งร้านเรียบง่ายแต่โคตรเท่...สวยด้วยสมอง... 
  • สด...สะอาด...สะดวกสบาย... 
  • ประทับใจในทุกมุมมอง...ทุกบริการ...ทุกเมนู... 
เมื่อคุณทำทุกอย่าง... แตกต่างและดีกว่าเบอร์ 1 ในตลาด...
ลูกค้าก็ติดใจ... มาใช้บริการ... พาญาติพี่น้องมาด้วย... ชวนเพื่อนฝูง...คนที่รู้จักมาด้วย...
เจอใครก็แนะนำ... ปิดการขายแทนเรา... แถมการันตีแทนเราด้วย... รับรองว่าดีจริงๆ...
หลังจากนั้น... แบรนด์เราจะติด... โด่งดัง... ยอดขายถล่มทลาย... คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง...


แผนปีที่ 5 และปีต่อๆไป
  • ขยายสาขาเพิ่มอีก 2 สาขา... และประกาศขายแฟรนไชส์... 
  • เปิดตลาดแฟรนไชส์เต็มตัว... แผนปีที่ 6... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 3 สาขา... แผนปีที่ 7... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 7 สาขา... แผนปีที่ 8... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 12 สาขา... แผนปีที่ 9... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 25 สาขา... แผนปีที่ 10... 
  • เพิ่มแฟรนไชส์อีก 50 สาขา...
ภายใน 10 ปี... คุณจะมีร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์ของคุณ 100 ร้าน...
คุณก็จะกลายเป็น...นักธุรกิจ 100 ล้าน...
ตั้งแต่บัดนั้น... ตามที่ตั้งเป้าหมายที่คุณตั้งไว้...
เห็นไหมครับว่า... การเป็นนักธุรกิจ 100 ล้าน... สร้างธุรกิจ 100 ล้านเนี่ย... มันโคตรง่ายเลย...
ผมเริ่มต้นมาจากเด็กวัด...กำพร้า... อดอยากยากจนขนาดต้องแย่งหมากิน...
ผมใช้วิธีการเดียวกันนี้... ปัจจุบันนี้...ยอดขายหนังสือของบริษัทผม... รวมแล้ว...หลายร้อยล้าน...
ผมใช้เวลาในสร้างอย่างเป็นระบบ...20 ปี...

เนื้อหาจาก...สุดยอดหนังสือดี...เข็มทิศการสร้างชีวิต...

ฉันฉันน์ ลวางกูรพสิษฐ์...
(สมคิด ลวางกูร)
... via Facebook

Monday, December 1, 2014

30 Lessons from Book - Secret of the Millionaire Mind

30 บทเรียนแห่งความมั่งคั่งจากหนังสือ “ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน”

  1. ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม คุณก็ต้องยอมเต็มใจยอมปล่อยวางวิธีคิดและการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ แล้วนำวิธีคิดแบบใหม่เข้ามาสู่ชีวิต แล้วคุณจะประจักษ์ถึงผลที่ตามมาในที่สุด
  2. โลกภายนอกของคุณเป็นเพียงเสียงสะท้อนของโลกภายในเท่านั้น ถ้าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนอกตัวคุณไม่ได้เป็นได้ด้วยดี นั่นเป็นเพราะสิ่งต่างๆภายในตัวคุณก็ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเช่นเดียวกัน
  3. ความคิดนำไปสู่ความรู้สึก ความรู้สึกนำไปสู่การกระทำ การกระทำนำไปสู่ผลลัพธ์
  4. เงินเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุกเรื่องที่ต้องใช้เงิน ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่มีความสำคัญแม่แต่นิดเดียวสำหรับทุกเรื่องที่ไม่ต้องใช้เงิน
  5. เมื่อคุณบ่น คุณกำลังกลายร่างเป็น “แม่เหล็กดึงดูดความเลวร้าย” ที่มีชีวิต
  6. จำไว้ว่าคุณเป็นผู้ลิขิตชะตาชีวิตทางการเงินของตัวคุณเอง ว่าจะมั่งคั่ง ถังแตก หรือมีฐานะในระดับใดก็ตาม
  7. เหตุผลอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร
  8. ถ้าคุณไม่มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะอย่างเต็มตัวและสุดหัวใจ คุณก็จะไม่มีโอกาสร่ำรวย
  9. การคิดเล็กและทำแต่เรื่องเล็กจะนำไปสู่การสิ้นเนื้อประดาตัวและความไม่พอใจในตนเอง ส่วนการคิดใหญ่และทำการใหญ่จะนำไปสู่การมีพร้อมทั้งเงินและความหมายในชีวิต คุณเลือกเอาได้ตามใจ!
  10. ไม่มีทางที่โชค หรือสิ่งอื่นใดที่มีค่า จะมาถึงตัวคุณได้เลยถ้าคุณไม่ลงมือทำการใดๆ (เพื่อเตรียมตัวรับโชคหรือสิ่งนั้นๆ)
  11. คนรวยให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ส่วนคนจนให้ความสนใจกับสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ
  12. คนรวยมองเห็นโอกาส กระโจนใส่มัน และร่ำรวยยิ่งขึ้น แล้วคนจนล่ะ มัวทำอะไรอยู่? พวกเขาก็ยัง“เตรียมตัว”อยู่นะสิ!
  13. คนรวยมักเป็นผู้นำ และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ล้วนแต่เป็นนักโปรโมทที่ยอดเยี่ยม การเป็นผู้นำที่ย่อมมีผู้ตามและผู้สนับสนุน นั่นหมายความว่าคุณต้องช่ำชองด้านการขาย การสร้างแรงบันดาลใจ และการจูงใจให้ผู้คนเชื่อในวิสัยทัศน์ของคุณ
  14. ถ้าคุณเชื่อว่าสิ่งที่คุณมีสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างแท้จริง หน้าที่ของคุณก็คือการบอกให้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รับรู้ และวิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณช่วยเหลือคนอื่นได้เท่านั้น แต่คุณยังจะร่ำรวยอีกด้วย!
  15. เคล็ดลับสู่ความสำเร็จไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยง ปัดหรือหันหลังให้กับปัญหา สิ่งที่คุณต้องทำคือ การพัฒนาตนเองให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทุกๆปัญหา
  16. ถ้าคุณบอกว่าคุณมีค่า คุณก็มีค่า ถ้าคุณบอกว่าคุณไร้ค่า คุณก็ไร้ค่า ไม่ว่าอย่างไรคุณก็จะดำเนินชีวิตไปตามเรื่องราวที่คุณแต่งขึ้นเอง
  17. คนจนแลกเวลากับเงิน กลยุทธ์นี้มีปัญหาเพราะเวลาของคุณมีอยู่อย่างจำกัด นั่นหมายความว่าคุณกำลังแหกกฎแห่งความมั่งคั่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งระบุว่า “อย่าให้มีเพดานจำกัดรายได้ของคุณ”
  18. มาตรวัดความมั่งคั่งที่แท้จริงคือมูลค่าทรัพย์สิน ไม่ใช่รายได้จากการทำงาน
  19. ถ้าคุณไม่ควบคุมเงินของคุณ มันก็จะควบคุมคุณ การจะควบคุมเงินของคุณ คุณต้องรู้จักบริหารเงิน
  20. อิสรภาพทางการเงิน คือ ความสามารถที่จะดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องทำงานหรือพึ่งพาคนอื่นในเรื่องเงิน
  21. คุณจะมีอิสรภาพทางการเงินเมื่อรายได้งอกเงย (รายได้จากทรัพย์สินหรือธุรกิจที่ทำงานแทนคุณและสร้างรายได้ด้วยตัวของมันเอง) ของคุณมีจำนวนมากกว่ารายจ่าย
  22. คนจนทำงานหนักและใช้เงินทั้งหมดที่มาหาได้ พวกเขาจึงต้องทำงานหนักตลอดไป ส่วนคนรวยทำงานหนัก สะสมเงิน และนำไปลงทุน พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีก
  23. ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคนส่วนใหญ่ คือ การรอให้ความกลัวลดน้อยลงหรือจางหายไปก่อนจะเริ่มลงมือทำ(บางสิ่งบางอย่างไปสู่ความมั่งคั่ง) และคนเหล่านี้ก็มักลงเอยด้วยการนั่งรอตลอดไป
  24. คนรวยและผู้ที่ประสบความสำเร็จก็มีความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวลเช่นกัน เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นมาหยุดยั้งตนเอง
  25. ความสุขไม่ได้มาจากการใช้ชีวิตอย่างสบายๆไปวัน พร้อมๆกับนึกสงสัยตลอดเวลาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตบ้าง แต่ความสุขเกิดจากการเติบโตตามอัตราการเติบโตที่ควรจะเป็นและการใช้ชีวิตด้วยศักยภาพสูงสุดของตัวเรา
  26. การฝึกฝนและบริหารความคิดของคุณเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่คุณควรมีไว้ครองครอง เพื่อให้บรรลุความสุขและความสำเร็จ
  27. น้อยคนนักจะรู้ว่าวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการสร้างและรักษาความมั่งคั่งเอาไว้ก็คือ การพัฒนาตัวคุณเอง เพื่อให้คุณเติบโตเป็นคนที่ “ประสบความสำเร็จ”
  28. คนจนและชนชั้นกลางส่วนใหญ่เชื่อว่า “ถ้าฉันมีมากๆ ฉันก็จะสามารถทำในสิ่งที่ฉันต้องการและเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้” ส่วนคนรวยเข้าใจว่า “ถ้าฉันกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ฉันจะสามารถทำในสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อให้มีสิ่งที่ฉันต้องการ รวมไปถึงจำนวนเงินมากๆด้วย”
  29. คนรวยคือผู้เชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองทำ ชนชั้นกลางคือพวกที่ทำงานของตัวเองได้ดีในระดับปานกลาง และคนจนคือพวกที่ทำงานของตัวเองไม่ได้เรื่องเลย
  30. การจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวรนั้น มันต้องเกิดขึ้นในระดับที่ลึกซึ้ง....เครือข่ายในสมองคุณต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ นั่นหมายความว่าคุณต้องนำมันไปปฏิบัติจริง อย่าเพียงแต่อ่าน อย่าเพียงแต่พูดถึงมัน และอย่าเอาแต่คิด จงลงมือทำจริงๆ
Cr. Thanachok Loketkawe
via https://www.facebook.com/McLynchGroup/posts/550799091683103?stream_ref=10

Monday, December 2, 2013

10 Habits of The Richest People in the World

  1. They are goal setters.
  2. They focus on one thing at a time.
  3. They have great respect for time.
  4. They spend less than they earn.
  5. They work very hard.
  6. They continually learn and grow.
  7. They keep rich company.
  8. They are persistent.
  9. They take calculated risks.
  10. They are generous.
… via LifeHack.org