Showing posts with label Advices. Show all posts
Showing posts with label Advices. Show all posts

Sunday, March 22, 2015

Jack Ma : Success is not a Miracle

"แท้จริงแล้ว คนเราต่างกัน แค่เพียงนิดเดียว"
"ความสำเร็จไม่มีปาฏิหาริย์ มีเพียงแค่ลู่ทางเท่านั้น"
  1. คุณนอนอู้อยู่บนเตียง เขากำลังออกกำลังกายอยู่ ดังนั้นเขามีสุขภาพดีกว่าคุณ
  2. คุณทำงานไปวันๆ เขาตั้งใจทำงาน ดังนั้นเขากลายเป็นหัวหน้าของคุณ
  3. คุณกำลังทำโครงการวันนี้ให้เสร็จ เขากำลังวางแผนโครงการของปีหน้า ดังนั้นเขาจึงสามารถครอบครองโอกาสมากกว่าคุณ
  4. คุณกำลังหาข้ออ้าง เขากำลังแก้ไขปัญหา ดังนั้นธุรกิจการงานของเขาประสบความสำเร็จมากกว่าคุณ
  5. คุณเพลินกับการใช้จ่าย เขากำลังบริหารทรัพย์สิน ดังนั้นเขาสมบูรณ์มั่งคั่งมากกว่าคุณ
  6. คุณกำลังคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง เขากำลังคิดและพิจารณาถึงผลประโยชน์ของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงมีความสัมพันธ์กับผู้คนมากกว่าคุณ
... แจ๊ค หม่า

Friday, January 2, 2015

Life Advices from 12 Chinese Zodiac



บรรพบุรุษชาวจีนจัด 12 นักษัตร ไว้เป็นคู่ๆ อย่างน่าสนใจ...

หนูกับวัว
  • หนูเป็นตัวแทนของสติปัญญา 
  • วัวเป็นตัวแทนของความขยันขันแข็ง 
  • ฉลาดแต่ไม่ขยันก็ไม่เกิดผลใดๆ 
  • ขยันแต่ไม่ใช้สมองก็เป็นการกระทำที่โง่เขลา

เสือกับกระต่าย 
  • เสือเป็นตัวแทนของความกล้าหาญ 
  • กระต่ายเป็นตัวแทนของความระมัดระวัง 
  • ความกล้าหาญที่ปราศจากความระมัดระวังคือความบ้าบิ่น 
  • หากมีแต่ระมัดระวังแต่ไม่มีความกล้าหาญก็กลายเป็นความขลาดกลัว

มังกรกับงู 
  • มังกรแทนความดุร้าย 
  • งูเป็นตัวแทนความยืดหยุ่น 
  • แข็งเกินไปก็แตกหักง่าย 
  • ยืดหยุ่นเกินไปก็ขาดความเป็นตัวของตัวเอง 
  • ทั้งสองสิ่งต้องผสมผสานกัน

ม้าและแพะ 
  • ม้าเป็นตัวแทนของการมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความกล้า 
  • แพะเป็นตัวแทนของความราบรื่น 
  • หากมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งอื่นใดย่อมต้องชนกระแทกกระทั้นสิ่งรอบข้างจนไม่ถึงเป้าหมาย 
  • หากมัวแต่แสวงหาทางราบรื่น ก็ไร้จุดหมาย 
  • การเดินทางแห่งชีวิตต้องใช้ทั้งสองสิ่ง

ลิงกับไก่ 
  • ลิงเป็นตัวแทนของความคล่องตัว 
  • ไก่ขันตรงตามเวลาเป็นตัวแทนความคงที่ถาวร 
  • หากมีความคล่องตัว ไม่มีความคงที่ถาวร งานก็จะไม่ก้าวหน้า 
  • หากกฎระเบียบเคร่งครัด แต่ไม่คล่องตัว งานก็ไม่อาจสำเร็จได้

สุนัขกับหมู 
  • สุนัขแทนความจงรักภักดี 
  • หมูนแทนความง่ายโอนอ่อนผ่อนตาม 
  • คนผู้หนึ่งหากภักดีจนเกินไป ขาดความโอนอ่อนผ่อนตาม ก็จะขับไล่ไสส่งผู้คน 
  • หากโอนอ่อนผ่อนตามจนไม่มีความภักดี ก็ขาดหลักการ

ฝากไว้เป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตของเพื่อนๆครับ....

... via FB - Jimmy Live

Sunday, September 15, 2013

Bill Gates' 11 Rules of Life

Netlore Archive: Circulating via email, the text of a speech allegedly given by Bill Gates in which he sets out 11 rules for life that kids won't learn in school.


BILL GATES' SPEECH TO MT. WHITNEY HIGH SCHOOL in Visalia, California.

Love him or hate him, he sure hits the nail on the head with this!

To anyone with kids of any age, here's some advice. Bill Gates recently gave a speech at a High School about 11 things they did not and will not learn in school. He talks about how feel-good, politically correct teachings created a generation of kids with no concept of reality and how this concept set them up for failure in the real world.
  • Rule 1: Life is not fair -- get used to it!
  • Rule 2: The world won't care about your self-esteem. The world will expect you to accomplish something BEFORE you feel good about yourself.
  • Rule 3: You will NOT make $60,000 a year right out of high school. You won't be a vice-president with a car phone until you earn both.
  • Rule 4: If you think your teacher is tough, wait till you get a boss. He doesn't have tenure.
  • Rule 5: Flipping burgers is not beneath your dignity. Your Grandparents had a different word for burger flipping -- they called it opportunity.
  • Rule 6: If you mess up, it's not your parents' fault, so don't whine about your mistakes, learn from them.
  • Rule 7: Before you were born, your parents weren't as boring as they are now. They got that way from paying your bills, cleaning your clothes and listening to you talk about how cool you thought you are. So before you save the rain forest from the parasites of your parent's generation, try "delousing" the closet in your own room.
  • Rule 8: Your school may have done away with winners and losers, but life HAS NOT. In some schools they have abolished failing grades and they'll give you as MANY TIMES as you want to get the right answer. This doesn't bear the slightest resemblance to ANYTHING in real life.
  • Rule 9: Life is not divided into semesters. You don't get summers off and very few employers are interested in helping you FIND YOURSELF. Do that on your own time.
  • Rule 10: Television is NOT real life. In real life people actually have to leave the coffee shop and go to jobs.
  • Rule 11: Be nice to nerds. Chances are you'll end up working for one.

... via About.com



[11 เรื่องที่โรงเรียนไม่ได้สอน โดย บิลล์ เกตส์] จากหนังสือ Forbes Billionaires ไอดอลนักล่าฝัน เศรษฐีพันล้าน
  • กฎข้อที่ 1 : ชีวิตนี้ไม่ยุติธรรมนักหรอก ทำความเคยชินกับมันซะเถอะ
  • กฎข้อที่ 2 : โลกไม่สนใจหรอก ว่าคุณจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหน แต่โลกนี้คาดหวัง ‘ความสำเร็จ’ ที่เกิดจากความมั่นใจของคุณต่างหาก
  • กฎข้อที่ 3 : ไม่มีทางที่คุณจะทำเงินได้ปีละ 60,000 เหรียญ (เกือบ 2 ล้าน) ทันทีที่เพิ่งจบมัธยม และ ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นประธานบริษัทที่มีรถประจำตำแหน่งพร้อมโทรศัพท์ใน รถส่วนตัวด้วย
  • กฎข้อที่ 4 : ถ้าคุณคิดว่า อาจารย์กำลังสอนบทเรียนอันน่าเบื่อ ลองไปทำงาน แล้วเจอกับเจ้านายสิ
  • กฎข้อที่ 5 : การคิดคำแสลงใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะปู่ย่าตายายของคุณก็เคยทำมาก่อน
  • กฎข้อที่ 6 : ชีวิตที่ยุ่งเหยิงของคุณ ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ เลิกคร่ำครวญเกี่ยวกับสิ่งที่พลาดไปแล้ว แต่จงเรียนรู้จากมัน
  • กฎข้อที่ 7 : ก่อนที่คุณจะเกิด พ่อแม่ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนที่คุณรู้สึกตอนนี้ พวกเขาต้องทำงานอย่างหนัก มาจ่ายบิลต่าง ๆ ต้องซักเสื้อผ้าให้กับคุณ พวกเขาต้องอดทนฟังคุณคุยอวดในเรื่องไม่เข้าท่า ดังนั้น ถ้าคุณคิดจะทำเรื่องใหญ่ ๆอะไรก็ตาม เช่น ช่วยอนุรักษ์ป่าฝนรุ่นบรรพบุรุาจากการถูกปรสิตทำลาย ช่วยกำจัดเห็บเหาที่มันแพร่พันธุ์ในตู้เสื้อผ้ารก ๆ ของคุณซะก่อน
  • กฎข้อที่ 8 : ชีวิตในโรงเรียนอาจตัดสินคุณว่าเป็นผู้ชนะหรือแพ้ แต่ชีวิตจริง ‘ไม่ใช่’ บางโรงเรียนสอนการเป็นผู้แพ้ด้วยซ้ำไป แถมยังให้โอกาศคุณมากมายในการทำสิ่งที่ถูกต้อง พูดง่าย ๆ ก็คือ ชีวิตในโรงเรียน ไม่เหมือนชีวิตจริงหรอก
  • กฎข้อที่ 9 : ชีวิต ไม่ได้แบ่งเป็นเทอมๆ ไม่มีช่วงซัมเมอร์ให้คุณไปค้นหาตัวตน
  • กฎข้อที่ 10 : สิ่งที่เกิดขึ้นในโทรทัศน์ ไม่ใช่ชีวิตจริง เพราะในชีวิตจริง ผู้คนต้องรีบเช็คบิลจากร้านกาแฟ และตรงดิ่งไปทำงาน (เราจะเห็นว่าในละครส่วนใหญ่ คนมักออกจากที่ทำงานมาคุยกันที่ร้านกาแฟ)
  • กฎข้อที่ 11 : เป็นมิตรกับความ ‘เนิร์ด’ แล้ว ชีวิตคุณจะไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีกต่อไป

... via VI Insights

Tuesday, September 10, 2013

คำแนะนำ 9 ข้อ สำหรับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรม

  1. ต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เอกลักษณ์ไม่ได้หมายถึงพรสวรรค์ แต่หมายถึงความต่าง ที่อาจจะสร้างด้วยหยาดเหงื่อแรงกายหรือความสามารถพิเศษที่ติดมาแต่เกิดก็ได้
  2. รู้จักพอ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ใช่ว่าจะต้องมีเงินมากกว่าคนอื่นเสมอไป ขอเพียงมีเงินเท่าที่จำเป็น รวมถึงมีสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ
  3. มีสติอยู่เสมอ ขอให้รู้ว่า ตนเองกำลังทำอะไรอยู่ มองที่ความจริง อย่ามองที่ความโลภ คนที่ประสบความสำเร็จมักเชื่อตนเอง แต่ไม่ดื้อดึงและงมงาย ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง ชีวิตจึงจะดีได้
  4. ใช้ปัญญาควบคุมสติ ถ้าคุณเป็นคนมีสติ มีความนิ่งอยู่ในตัว สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องมีคือ "กึ๋น" เรียนรู้และค้นหามันได้ด้วยประสบการณ์และความผิดพลาดที่ผ่านมา ถ้าความสำเร็จคือรางวัลของชีวิต ความผิดพลาดย่อมคือผู้สร้างรางวัลชิ้นนั้น
  5. เชื่อในสิ่งที่ตนเองคิด อย่ากลัวที่จะมีความเชื่อ แม้นว่ามันจะทำให้คุณต้องเจ็บในบางครั้ง ถ้าเรายังตอบตัวเองไม่ได้ว่าสิ่งที่เราทำถูกหรือไม่ แล้วใครจะตอบคุณได้
  6. รากฐานแห่งความสำเร็จ เริ่มจากความล้มเหลวเสมอ ชีวิตที่ดีไม่จำเป็นต้องสำเร็จทุกครั้ง ขอให้สำเร็จครั้งใหญ่แค่ครั้งเดียว ก็เพียงพอต่อชีวิตที่เหลือแล้วครับ
  7. ความขยันคือความจริงเสมอ บุคคลใดสู้ชีวิตด้วยความเพียรและสัมมนาอาชีพ บุคคลนั้นไม่มีทางที่จะตกอับในชีวิต
  8. จะเป็ดหรือหงส์ไม่สำคัญ ขอเพียงมีความศรัทธาในสิ่งที่ตนเองทำ ชีวิตย่อมมีแต่ความเจริญ
  9. ห้ามมีข้ออ้าง ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ผู้ที่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ย่อมมีแต่ผู้สรรเสริญ
… via The Biz Story

Friday, September 6, 2013

20 Quick Tips For Better Time Management

  1. Create a daily plan
  2. Peg a time limit to each task
  3. Use a calendar
  4. Use an organizer
  5. Know your deadlines
  6. Learn to say “NO”
  7. Target to be early
  8. Time box your activities
  9. Have a clock visibly placed before you
  10. Set reminders 15 minutes before
  11. Focus
  12. Block out distractions
  13. Track your time spent
  14. Don’t fuss about unimportant details
  15. Prioritize
  16. Delegate
  17. Batch similar tasks together
  18. Eliminate your time wasters
  19. Cut off when you need to
  20. Leave buffer time in-between

… via @ LifeHack.org

50 Ways To Increase Your Productivity

  1. Take a break
  2. Set a timer
  3. Eliminate all distractions
  4. Distractions should be avoided
  5. Love what you do
  6. Complete your most dreaded tasks first thing in the morning
  7. Use JDarkRoom
  8. Just start
  9. Everyone has a certain time of the day in which they are more productive than others
  10. Keep a notebook and pen on hand at all times
  11. Write a blog to chronicle your own personal development and achievements
  12. Plan out all of your meals a week ahead and make your grocery list accordingly
  13. Step away from the computer
  14. Writer out a to-list each day
  15. Ask yourself “Am I currently making the best possible use of my time?”
  16. Get plenty of sleep
  17. Exercise
  18. Organize your coffee
  19. Outsource as much as possible
  20. Use a Tivo or DVR
  21. Turn off the TV
  22. Listen to educational audio books
  23. Auto pay your bills
  24. Read David Allen’s Getting Things Done
  25. Focus on result-oriented activities
  26. Take shorter showers
  27. Tell other people about your goals
  28. Learn to say “NO”
  29. Go on an information diet
  30. Find a mentor
  31. Write your most important tasks and to-dos on a calendar
  32. Set some exciting goals
  33. Learn keyboard shortcuts
  34. Get up early before anyone else
  35. Don’t multitask
  36. Reward yourself for finishing a big task
  37. Shop online
  38. Batch similar tasks
  39. Speed up your internet with a broadband connection
  40. Start a polyphasic sleep schedule
  41. Improve your typing speed
  42. Get rid of time wasters
  43. Protect yourself from unnecessary phone time with caller ID
  44. Work from home
  45. Many employers now offer direct deposit
  46. Prioritize your tasks
  47. Just read the parts that you need
  48. Cook your meals in bulk
  49. Learn to speed read
  50. Use Windows hibernation feature
.. via @ LifeHack.org

Wednesday, September 4, 2013

Our Life 人生吧 ชีวิตคนเรา

0歲 - 出場  ...  0 ขวบ เปิดฉากชีวิต
10歲 - 快樂成長  ...  10 ขวบ สนุกสนานเติบโต
20歲 - 為情徬惶  ...  20 ขวบ ลังเลไม่แน่
30歲 - 基本定向  ...  30 ขวบ เข็มมุ่งเห็นชัด
40歲 - 拼命打闖  ...  40 ขวบ มุ่งให้สำเร็จ
50歲 - 回頭望望  ...  50 ขวบ หันหัวมามอง
60歲 - 告老還鄉  ...  60 ขวบ แก่แล้วกลับบ้าน
70歲 - 搓搓麻將  ...  70 ขวบ นั่งเล่นหมาเจี้ยง
80歲 - 晒晒太陽  ...  80 ขวบ นั่งอาบแสงแดด
90歲 - 躺在床上  ...  90 ขวบ รับแขกบนเตียง
100歲 - 在牆上  ...  100 ขวบ แขวนบนกำแพง

所以呀  ...  ดังนั้น
該吃就吃該喝就喝  ...  อยากกินกิน อยากดื่มดื่ม
有事别往心裡擱  ...  เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้
洗個澡看著錶  ...  อาบน้ำดูนาฬิกา
舒服一秒是一秒  ...  สุขสบายทุกเพลา
能牽手的時候,請别只是肩並肩!  ...  เวลาที่ยังจับมือไหว เชิญเพื่อนมาสังสรรค์
能擁抱的時候,請别只是手牽手!  ...  เวลาที่ยังกอดไหว ก็โอบกอดให้ชื่นใจ ทำหน้าที่ผัวเมียต่อไป
能在一起的時候,請别輕易就分開  ...  เวลาที่อยู่ด้วยกัน อย่าได้โกรธกันง่ายๆ
請把此訊轉傳九個好友..也包括我  ...  โปรดส่งต่อให้เพื่อนอีกเก้าคน
表示我是你的朋友!  ...  เพื่อแสดงว่าผมเป็นเพื่อนคุณ
若有三個回你..證明你的好運會在
農曆八月十五中秋節實現直到永遠!
一定要傳哦

… via Forward Mail

16 Essential Life Lessons

The most admirable attribute in a person is righteous behavior.
คุณสมบัติที่น่ายกย่องที่สุดในชีวิต คือ การมีพฤติกรรมที่ดี

The two greatest virtues in life are filial piety and loyalty to one’s homeland.
ความดีที่ประเสริฐที่สุดในชีวิต คือ การกตัญญูต่อบิดา มารดา และแผ่นดินเกิด

Your greatest enemy is yourselt.
ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต คือ ตัวเราเอง

The biggest source of failure in life is arrogance.
ต้นเหตุของความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ ความอวดดี

The most foolish act in life is the act of deceit.
การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต คือ การหลอกลวง

The greatest source of misery is jealousy.
ต้นเหตุของความทุกข์ที่แสนสาหัสที่สุด คือ ความอิจฉาริษยา

The gravest mistake in life is losing faith in yourself.
ความผิดพลาดที่สุดในชีวิต คือ การยอมแพ้และหมดความเชื่อมั่นในตัวเอง

The greatest harm you could inflict on yourself is self-deception.
การทำร้ายตัวเองที่รุนแรงที่สุด คือ การหลอกลวง

The most pathetic act is letting your life go on a downward spiral.
สิ่งที่น่าสังเวชที่สุด คือ การปล่อยให้ชีวิตตัวเองถดถอย

The most praiseworthy trait in a person is perseverance.
สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิต คือ ความวิริยะ อุตสาหะ

The greatest loss in life is the loss of hope.
ความล้มละลายที่สุดในชีวิต คือ ความสิ้นหวัง

The most valuable asset in life is good health.
ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิต คือ สุขภาพที่สมบูรณ์

The heaviest debt in life is the debt of gratitude.
หนี้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต คือ หนี้บุญคุณ

The greatest gift you could give to others are forgiveness and kindness.
ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ การให้อภัยและความเมตตากรุณาผู้อื่น

The biggest shortcoming in life is pessimism.
ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต คือ การมองโลกในแง่ร้าย

The greatest satisfaction in life comes from charity.
สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุด คือ การให้ทาน

Friday, August 23, 2013

45 Life Lessons, written by a 90 year old

  1. Life isn’t fair, but it’s still good.
  2. When in doubt, just take the next small step.
  3. Life is too short not to enjoy it.
  4. Your job won’t take care of you when you are sick. Your friends and family will.
  5. Don’t buy stuff you don’t need.
  6. You don’t have to win every argument. Stay true to yourself.
  7. Cry with someone. It’s more healing than crying alone.
  8. It’s OK to get angry with God. He can take it.
  9. Save for things that matter.
  10. When it comes to chocolate, resistance is futile.
  11. Make peace with your past so it won’t screw up the present.
  12. It’s OK to let your children see you cry.
  13. Don’t compare your life to others. You have no idea what their journey is all about.
  14. If a relationship has to be a secret, you shouldn’t be in it.
  15. Everything can change in the blink of an eye… But don’t worry; God never blinks.
  16. Take a deep breath. It calms the mind.
  17. Get rid of anything that isn’t useful.  Clutter weighs you down in many ways.
  18. Whatever doesn’t kill you really does make you stronger.
  19. It’s never too late to be happy.  But it’s all up to you and no one else.
  20. When it comes to going after what you love in life, don’t take no for an answer.
  21. Burn the candles, use the nice sheets, wear the fancy lingerie. Don’t save it for a special occasion. Today is special.
  22. Overprepare, then go with the flow.
  23. Be eccentric now. Don’t wait for old age to wear purple.
  24. The most important sex organ is the brain.
  25. No one is in charge of your happiness but you.
  26. Frame every so-called disaster with these words, ‘In five years, will this matter?’
  27. Always choose Life.
  28. Forgive but don’t forget.
  29. What other people think of you is none of your business.
  30. Time heals almost everything. Give Time time.
  31. However good or bad a situation is, it will change.
  32. Don’t take yourself so seriously. No one else does.
  33. Believe in miracles.
  34. God loves you because of who God is, not because of anything you did or didn’t do.
  35. Don’t audit life. Show up and make the most of it now.
  36. Growing old beats the alternative — dying young.
  37. Your children get only one childhood.
  38. All that truly matters in the end is that you loved.
  39. Get outside every day. Miracles are waiting everywhere.
  40. If we all threw our problems in a pile and saw everyone else’s, we’d grab ours back.
  41. Envy is a waste of time. Accept what you already have, not what you think you need.
  42. The best is yet to come…
  43. No matter how you feel, get up, dress up and show up.
  44. Yield.
  45. Life isn’t tied with a bow, but it’s still a gift.

... via Alex K.

Monday, August 19, 2013

Productivity Tips by Dr. Seri Wongmonta

เคล็ดลับในการทำงานให้ได้มากๆ

  1. นอนดึก
  2. ตื่นเช้า
  3. กินข้าวเร็ว
  4. จัดตารางเวลาเป็นนาที ไม่ใช่ชั่วโมง
  5. บางอย่างมอบหมายได้ก็มอบหมายไป อย่าทำเองทั้งหมด
  6. สำหรับพนักงาน ถ้าจ้างต้องไว้ใจ ไม่ไว้ใจอย่าจ้าง จะได้ให้ทำงานแทนได้
  7. ลูกน้องคนไหนมีศักยภาพต้องสอนให้เก่ง เพื่อให้ทำงานบางอย่างแทน
  8. เชื่อในระบบ จะได้ไม่เสียเวลาคิดทุกอย่างเอง ทำตามระบบที่วางไว้ด้วยความเชื่อมั่นจะได้เร็ว
  9. มีความรู้และมีทักษะในสิ่งที่ทำ จึงจะทำได้ดีเร็วและมีคุณภาพ
  10. สร้างความสัมพัน์สร้างเครือข่าย เพื่อหาความร่วมมือจากคนที่เราเคยสร้างบารมีกับเขาไว้
  11. รู้จักจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำก่อนหลัง
  12. หัดปฏิเสธคนบ้าง จะได้ไม่ต้องไปทำสิ่งที่เสียเวลา
  13. จัดกลุ่มงานที่จะต้องทำ จะได้รู้ว่าอะไรควรจะทำร่วมกันใกล้กันพร้อมกัน
  14. อย่าเป็นคนย้ำทำย้ำคิด ที่ทำให้ต้องทำสิ่งเดียวกันหลายๆครั้ง จะทำให้เสียเวลา
  15. ตัดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นออกบ้าง
  16. มีข้อมูลให้พร้อมเพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว ทำให้ไม่มีความลังเล
  17. ใช้ชีวิตแบบคนยุคใหม่ที่ประกอบด้วย
    1. Personal หัดทำอะไรด้วยตัวเองอย่าพึ่งลูกน้องทุกเรื่อง
    2. Mobile ทำงานได้ทุกที่ไม่ต้องยึดติดกับสถานที่
    3. Virtual ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิส หรือเจอหน้าลูกน้องใช้ออฟฟิสเสมือนประชุมเสมือนก็ได้
  18. ใช้ IT และ Telecommunication Gadget อย่างให้เกียรติ เพื่ออยู่ในยุค Digital ที่มีวัฒนธรรม Point and Click แค่เอา Curser ชี้แล้วกดทุกอย่างก็ได้เรื่องแล้ว
  19. ทำงานด้วยใจรักและเป็นสุขให้ทำงานได้เรื่อยๆโดยไม่รู้สึกเหนื่อย
  20. มีเวลาสำหรับความสุขส่วนตัวตามรสนิยม ดูหนังฟังเพลง กินอาหารนอกบ้าน เล่นกีฬา ร้องเพลง ไปเที่ยว เพื่อให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ และมีความสุขกับชีวิตไม่รู้สึกว่างานทำลายความสุขส่วนตัว
  21. มีศิลปะในการดำเนินขีวิตที่ดีไม่ไปทำอะไรที่สร้างปัญหาให้ชีวิตจนต้องใช้เวลาที่ควรทำงานไปจัดการกับเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง

ลองทำดูซิครับ แล้วจะรู้ว่าได้ผลงานเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน งานมากแต่ไม่เหนื่อยกลับสนุกกับมัน ที่สำคัญต้องมีโอกาสได้ทำงานที่รัก

When you love your job, everyday is a holiday.

ที่มา Facebook Page - ดร.เสรี วงษ์มณฑา

11 Rules To Live By (In Work & In Life)

  1. Invest your life in what you love.
  2. Embrace enthusiasm.
  3. Don't complain. Make things better.
  4. Trust & empower the people you work with.
  5. Experience is greater than money.
  6. Surround yourself with like minded people.
  7. Collaborate.
  8. Ignore haters.
  9. Make time to think and breath.
  10. If an opportunity scares you, take it.
  11. Be someone's eccentric aunt.

... by Tina Roth Eisenberg

Sunday, August 11, 2013

21 Suggestions for Success

  1. Marry the right person. This one decision will determine 90% of your happiness or misery.
  2. Work at something you enjoy and that's worthy of your time and talent.
  3. Give people more than they expect and do it cheerfully.
  4. Become the most positive and enthusiastic person you know.
  5. Be forgiving of yourself and others.
  6. Be generous.
  7. Have a grateful heart.
  8. Persistence, persistence, persistence.
  9. Discipline yourself to save money on even the most modest salary.
  10. Treat everyone you meet like you want to be treated.
  11. Commit yourself to constant improvement.
  12. Commit yourself to quality.
  13. Understand that happiness is not based on possessions, power, prestige, but on relationships with people you love and respect.
  14. Be loyal.
  15. Be honest.
  16. Be a self-starter.
  17. Be decisive even if it means you'll sometimes be wrong.
  18. Stop blaming others. Take responsibility for every area of your life.
  19. Be bold and courageous. When you look back on your life, you'll regreat the things you didn't do more than the ones you did.
  20. Take good care of those you love.
  21. Don't do anything that wouldn't  make your mom proud.

- H. Jackson Brown Jr.

Saturday, July 20, 2013

ศิลปะในการทำงานให้มีความสุข


ศิลปะในการทำงานให้มีความสุข

มีศิลปะที่อยากจะบอกกันอีกสักข้อหนึ่งว่า จงทำการงานด้วยสติปัญญา คือรู้ว่าเราเป็นมนุษย์ มีหน้าที่อย่างมนุษย์ แล้วก็ทำหน้าที่อย่างมนุษย์ แล้วก็เป็นสุข

เมื่อเราทำการงาน เรามีความรู้ถูกต้องว่าทำอย่างนี้ ทำด้วยสติทำด้วยปัญญาอย่างนี้ อย่าทำด้วยความหวังว่าเมื่อไรมันจะออกผลมา อย่าทำด้วยความอยาก คือตัณหา อยากเหมือนใจจะขาดที่จะเห็นผลงาน นี่คนบ้ามันจุดไฟขึ้นมาสุมเผาตัวเอง ความอยากนั้นเป็นไปติดต่อกันไม่ขาดตอน นี้เรียกว่าความหวัง ยิ่งหวังเท่าไรยิ่งเผาหัวใจเท่านั้น ฉะนั้นอย่าทำด้วยความอยาก อย่าทำด้วยความหวัง.

ยกตัวอย่างเหมือนกับว่า ซื้อล็อตเตอรี่มาแผ่นหนึ่งแล้วก็อย่าไปสนใจจนนอนไม่หลับว่ามันจะถูกเมื่อไร ไม่ต้องสนใจลืมเสียก็ได้ ไว้ไปตรวจดูเมื่อถึงวันฉลากมันออกก็แล้วกัน ตลอดหลายๆ วันนั้นอย่าไปหวังให้มันบ้า อย่าไปหวังให้มันเป็นคนนอนไม่หลับ หรือว่าทรมานจิตใจ การงานนี้ก็เหมือนกัน ทำนา ทำสวน ค้าขาย หรืออะไรก็ทำไปด้วยสติปัญญา ระงับความอยากความต้องการในผลงานเสีย แล้วก็ระงับความหวัง ที่เด็กๆ เขาชอบหวังกันนักเสีย สนุกเป็นสุขอยู่ในการกระทำ แล้วผลมันก็ออกมาเอง

คนโง่ก็ถามขึ้นมาว่า ถ้าอย่างนั้นเอากำลังที่ไหนมาทำงาน ถ้าไม่หวัง ถ้าไม่สอนให้อยาก ไม่สอนให้หวัง?

เราก็ตอบว่านั้นมันเรื่องของคนโง่ ต้องเอากิเลสตัณหามาเป็นกำลังใจสำหรับทำการงาน เรามันลูกศิษย์พระพุทธเจ้า เราไม่โง่ เราเอาสติ และปัญญานั่นแหละมาเป็นกำลังใจสำหรับทำการงาน พวกโน้นทำงานด้วยกำลังของกิเลส เช่นความอยากและความหวังเป็นต้น เราเป็นพุทธบริษัท ทำการงานด้วยกำลังแห่งสติปัญญา กำลังแห่งปัญญานี้ดีหรือมากกว่ากำลังแห่งความหวังหรือความอยาก ซึ่งเป็นกิเลส

มีการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการงาน ก็เลยเป็นความสุขอยู่ในการงาน เป็นการศึกษาที่ทำให้ฉลาดมากขึ้น แล้วเป็นการก้าวหน้าทางจิตของวิญญาณ ในการเป็นมนุษย์ของตน เป็นอันว่าหมดปัญหาไปอันหนึ่ง เป็นการประสบผลสำเร็จด้วยความงดงามอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นงานฝีมืออย่างยิ่ง เพราะการปฏิบัติอย่างนี้มันไม่ใช่ง่าย มันละเอียดอ่อน มันก็เป็นงานฝีมืออย่างยิ่ง ศิลปะแห่งการครองชีวิตในแง่ของการงาน

-- พุทธทาสภิกขุ

... via หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ : Buddhadasa Indapanno Archives

Thursday, July 18, 2013

ความแตกต่างหลักๆ 10 ประการ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง

ผมได้อ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเขียนโดย Keith Cameron Smith เรื่องความแตกต่างหลักๆ ที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง และเห็นว่ามันมีความเป็นจริงอยู่พอสมควรจากการสังเกตของผม ดังนั้น จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหนของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชั้นกลางสู่การเป็นคนรวย

1. เศรษฐีนั้นคิดยาว แต่คนชั้นกลางคิดสั้น 
ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปีๆ หรือเป็นสิบๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

2. คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น 
นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ หรือมีมุมมองต่างๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

3. คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆได้

4. คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง
นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริงๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุด ก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

5. คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน
นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน
โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

6. คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง
คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

7. คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ
ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์ หรือ บิล เกตส์

8. คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง
ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลายๆอย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

9. คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน
เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนโดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

10. คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ
ตัวอย่างเช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจ เช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร?
และนั่นก็คือ ความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง แน่นอน คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคนชั้นกลางและคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอยากรวย ผมคิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า

... Source: Forward Mail

Monday, July 15, 2013

เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ [นิทานเซ็น]

เหล่าลูกศิษย์ถามพระอาจารย์ว่า
“ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ” 
อาจารย์จึงพูดว่า
“วันนี้พวกเราจะเรียนเรื่องธรรมดาๆและง่ายที่สุด ให้ทุกคนแกว่งแขนไปข้างหน้าให้สุด แล้วแกว่งไปข้างหลังให้สุดเช่นกัน"
พระอาจารย์สาธิตให้ดู พร้อมกับกำชับว่า
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้แกว่งแขนวันละ 300 ครั้ง ทุกคนทำได้หรือเปล่า ?”
เหล่าลูกศิษย์รู้สึกสงสัยจึงถามว่า
“ทำไมต้องทำเรื่องอย่างนี้” 
พระอาจารย์ตอบว่า
“หลังจากทำเรื่องนี้แล้ว ผ่านไปหนึ่งปี พวกเจ้าจะรู้ว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ” 
เหล่าลูกศิษย์คิดในใจว่า
“เรื่องง่ายๆอย่างนี้ ทำไมถึงจะทำไม่ได้”
หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน พระอาจารย์ถามเหล่าลูกศิษย์ว่า
“เรื่องที่อาจารย์สั่งให้ทำ มีใครยังทำอยู่หรือเปล่า?" 
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยังตอบอย่างมั่นคงว่า ยังทำอยู่ พระอาจารย์รู้สึกพอใจ พยักหน้าบอกว่า
“ดีๆ”
และเมื่อผ่านไปอีกหนึ่งเดือน พระอาจารย์ก็ถามอีกว่า
“ตอนนี้ใครยังทำอยู่อีก” 
ที่สุดก็เหลือเพียงครึ่งเดียวที่บอกว่าทำแล้ว

หนึ่งปีผ่านไป พระอาจารย์ถามทุกคนว่า
“พวกเจ้าจงบอกซิว่า การออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนแบบง่ายๆ ยังมีใครยังคงทำอยู่ ?” 
ตอนนี้มีเพียงคนเดียว ที่ตอบว่ายังคงทำอยู่

พระอาจารย์จึงพูดว่า
“อาจารย์เคยบอกกับพวกเจ้าว่า เมื่อทำเรื่องนี้เสร็จ พวกเจ้าจะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ  
ตอนนี้สิ่งที่อาจารย์อยากจะบอกพวกเจ้าคือ เรื่องที่ทำง่ายที่สุดในโลก บ่อยครั้งก็เป็นเรื่องที่ทำยากที่สุด ที่บอกว่าง่าย เพราะขอเพียงยอมทำไป ใครๆก็สามารถทำได้  
และที่บอกว่าเรื่องง่ายทำยาก ก็เพราะว่า คนที่ทำได้อย่างแท้จริง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยคนจะทำได้"
หลังจากนั้น พระรูปที่กระทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ในบรรดาศิษย์ทั้งหลายมีพระรูปนี้ที่ประสบความสำเร็จอยู่เพียงรูปเดียว

Thursday, July 11, 2013

Silent & Humble

Coins always make sounds ...
But paper moneys are always silent.
So when your value increases.
Keep yourself Silent and Humble.

Wednesday, July 10, 2013

2 Things for Successful Life

  1. The way you Manage when you have Nothing.
  2. The way you Behave when you have Everything.

Wednesday, July 3, 2013

10 Rules For Being Human

  1. You will receive a body. You may like it or hate it, but it's yours to keep for the entire period.
  2. You will learn lessons. You are enrolled in a full-time informal school called, "Life."
  3. There are no mistakes, only lessons. Growth is a process of trial, error, and experimentation. The "failed" experiments are as much a part of the process as the experiments that ultimately "work."
  4. Lessons are repeated until they are leaned. A lesson will be presented to you in various forms until you have learned it. When you have learned it. you can go on to the next lesson.
  5. Learning lessons does not end. There's no part of life that doesn't contain its lessons. if you're alive, that means there are still lessons to be learned.
  6. "There" is no better a place than "here." When your "there" has become a "here", you will simply obtain another "there" that will again look better than "here."
  7. Other people are merely mirrors of you. You cannot love or hate something about another person unless it reflects to you something you love or hate about yourself.
  8. What you make of your life is up to you. You have all the tools and resources you need. What you do with them is up to you. The choice is yours.
  9. Your answers lie within you. The answers to life's questions lie within you. All you need to do is look, listen, and trust.
  10. You will forget all this.
... by Cherie Carter-Scott.

Monday, June 24, 2013

บันทึกเก็บไว้...ก่อนถึงวัยกลางคน

  1. ดูพวกหนังแข่งรถซิ่งเยอะ ๆ ก็อย่าอินเกิน... พึงระลึกไว้เสมอว่า...อย่าขับรถเร็วเกินกว่าสปีดที่เทวดาประจำตัวเราจะบินตามทัน...เป็นอันขาด!
  2. หนังจีนหลายเรื่อง พยายามบอกเราว่า...การแก้แค้นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น... มันก็เหมือนกับการดื่มน้ำทะเลเวลากระหายน้ำนั่นแหละ
  3. จงวางแผนล่วงหน้าเสมอ : ฝนยังไม่ตกหรอกนะตอนลุงโนอาห์สร้างเรือน่ะ
  4. แบ่งปันรอยยิ้มให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว (คติพจน์...ที่ได้จากคุณภรรยา)
  5. บางครั้งวิธีช่วยเพื่อนที่ดีที่สุด เท่าที่เราพอทำได้ก็คือ... ผลักเขาแรง ๆ (หมายถึงผลักดันให้เขาทำสิ่งที่ลังเลอยู่ ซะทีน่ะ)
  6. น้ำตาจะให้เราได้ก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่น้ำเหงื่อจะทำให้เราประสบความสำเร็จ
  7. มีสิ่งดีดีมากมายบนโลกนี้ที่เราปรารถนา แต่เชื่อเถอะ...สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้....ไม่ใช่วัตถุ
  8. คนคนหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ถาวรจริง ๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดนั้นไปให้คนอื่น
  9. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็น...การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้เข้มแข็ง
  10. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)
  11. เมื่อพูดแต่ความจริง เราก็ไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น...จริงมะ
  12. การใช้ชีวิตอยู่บนโลกทุนนิยมสมัยนี้ ปีนึงต้องใช้พลังชีวิต และค่าใช้จ่ายที่สูงมาก...แต่เราก็ได้เดินทางรอบดวงอาทิตย์ฟรี ๆ เป็นของแถมปีละหนึ่งรอบนะ...กัมบัตเตะ!
… via https://www.facebook.com/chakkapan.thiarawat/posts/10201376981043915